Techinnoreview

Technnology & Innovation‎ > ‎News‎ > ‎

Old post News

โพสต์5 ก.พ. 2552, 20:56โดยauttapong maesincee

วธ.แฉไฮไฟว์สอนดูดกัญชา เล็งเสนอ ICT ปิด

กระทรวงวัฒนธรรม แฉไฮไฟว์ฉาวซ้ำซาก ล่าสุดโพสต์สอนดูดกัญชาผ่านโลกไซเบอร์ โดยเตรียมนำข้อมูลเสนอไอซีทีสั่งปิด

หลังจากตกเป็นข่าวอื้อฉาว เมื่อมีนักศึกษาสาวได้อาศัยเว็บไฮไฟว์ โพสภาพล่อแหลม เพื่อขายบริการทางเพศ ล่าสุดวันนี้นางลัดดา ตั้งสุภาชัย ผู้อำนวยการกลุ่มเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม เปิดเผยผ่านรายการ ไอเอ็นเอ็นฮอตนิวส์ ว่า

ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มเฝ้าระวัง มีการตรวจสอบพบว่า เว็บไฮไฟว์ยังมีการนำเสนอเนื้อหาภาพที่ไม่เหมาะสม โดยมีกลุ่มวัยรุ่นนำภาพการเสพกัญชา มาโพสต์ไว้ในเว็บ

ซึ่งจากการเข้าไปตรวจสอบ พบว่า เป็นเรื่องจริงโดยในภาพเป็นวัยรุ่นชาย กำลังเสพกัญชา โดยมีการทำภาพเบลอบริเวณใบหน้าของผู้สูบ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจและเป็นห่วงว่าจะทำให้เยาวชนเกิดการลอกเลียนแบบ

ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่หมิ่นเหม่ต่อศีลธรรมอันดีงาน และสะท้อนว่าภัยทางโลกอินเตอร์เน็ตมีมากขึ้น และหลากหลายรูปแบบ ตนได้มีการส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที

ให้ดำเนินการตรวจสอบและสั่งปิดแล้ว รวมทั้งในวันนี้ตนได้มีการนำข้อมูลเว็บไซต์ซึ่งเป็นภัยต่อสังคม ทั้งการโพสต์รูปโป๊ ข้อความลามกอนาจาร รวมทั้งไฮไฟว์ ซึ่งมีการโพสต์ภาพ เพื่อขายบริการ ส่งไปยังไอซีที เพื่อประสานขอให้ดำเนินการปิด

ส่วนที่มีอาจารย์จากมหาวิทยลัยเอกชน ออกมาตอบโต้ ไม่เชื่อว่า นักศึกษาสถาบันเอกชนจะขายบริการผ่านไฮไฟว์นั้นตนคงไม่ขอไปโต้เถียง แต่คงเป็นเรื่องของตำรวจและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องต้องไปตรวจสอบโดยด่วน โดยทาง

กระทรวงเป็นช่องทางหนึ่งในการตรวจสอบ เมื่อทราบว่ามีข้อมูลดังกล่าวเกิดขึ้น ก็นำเสนอให้สังคมรับทราบ ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ว่า นักศึกษาในภาพ อาจมีการแอบอ้างว่าเรียนหนังสือจากสถาบันชื่อดัง ทั้งที่อาจไม่ได้เรียนหนังสือก็เป็นได้

แต่ข้อมูลที่เป็นจริงคือมีการขายบริการทางเพศให้กับผู้ที่มาติดต่อทางไฮไฟว์จริง

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ไอเอ็นเอ็น

 

Google Translate หรือบริการแปลภาษาของกูเกิล (machine translation—MT) นั้นรองรับการแปลภาษาไทยแล้ว แต่เท่าที่ผมเข้าไปดูก็ยังไม่มีรายการนี้ ตามข่าวแต่อย่างใด ก็เลยคาดว่าน่าจะเป็นการ ปล่อยหลุดออกมาให้ บาง account ได้ทดลองใช้กันก่อน ที่จะมีตัวเต็มๆครับ

ต่อไปเราก็จะได้อ่านเวป จีน ฝรั่งเศส เยอรมัน เป็นภาษาไทยซักที

Google Translate by phisite.

 

posted on 19 Jan 2009 15:08 by techinnoreview  in news | Edit This

19 Mar

(Thu)

 

Function Room1-2

Melia Hanoi Hotel

VME’09 + Nepcon Vietnam’09 Forum

 

20 Mar

(Fri)

 

Hanoi, Vietnam

Visit Factory (Exhibitor)

 

26 Mar

(Thu)

 

Chao Praya Room,

Montien Riverside

 

ITP 2009 Forum

 

23 Apr

(Thu)

Ambassador City Jomtien Hotel, Chonburi

(ห้องไพลิน, ห้องทับทิม, ห้องมรกต)

ME Thailand’09 Forum

·          ITM

·          ATM

·          AST

ME Thailand’09 Table Top

 

29 Apr

(Wed)

 

Srisuriyothai Room, Uthong Inn Hotel, Ayudhya

NEPCON Thailand’09 Forum

18 May

(Mon)

Function Room1-2

Melia Hanoi Hotel

 

VME’09 + Nepcon Vietnam’09 Press conference

 

21-23 May

21 May (Thu)

22 May (Fri)

 

 

21 May (Thu)

I.C.E Hanoi

Cultural Palace

91 Tran Hung Dao St., Hanoi

Melia Hanoi Hotel

VME’09 Exhibition

·          Opening Ceremony (MOIT)

·          Technology Presentation

 

 

·          Networking Night

 

28-30 May

28 May (Thu)

I.C.E Hanoi

Cultural Palace

91 Tran Hung Dao St., Hanoi

Nepcon Vietnam’09 Exhibition

·          Opening Ceremony (MOIT)

·          Technology Presentation

25-28 June

25 June (Thu)

25 June (Thu)

25 June (Thu)

25 June (Thu)

26 June (Fri)

26 June (Fri)

25-28 June

25-28 June

 

BITEC, BKK

ME Thailand’09 & Nepcon’09 Exhibition

·          Opening Ceremony (MOI)

·          ATM Congress

·          Plastics & Rubber Forum

·          Reception Night (NEPCON Exhibitor only)

·          InterMold Forum (morning)

·          Assembly Technology Forum (afternoon)

·          Technology Presentation

·          Co Conference

9 July

(Thu)

Ballroom1, Sheraton Saigon Hotel & Towers, HCMC

MXV FORUM#5

 

 

 

Visit Factory (Exhibitor)

 

30 July

(Thu)

Jupiter 12-13

IMPACT

 

FW Forum#2 (13.30 – 14.30 hrs)

 

2-5 Sep

2 Sep (Wed)

2 Sep (Wed)

2-3 Sep

2-5 Sep

2-5 Sep

IMPACT

FW’09 Exhibition

·          Opening Ceremony (MOI)

·          CAPFA Meeting

·          FW Forum

·          Technology Presentation

·          Co Conference

17 Sep

(Thu)

Ballroom1, Sheraton Saigon Hotel & Towers, HCMC

 

MXV’09 Press conference

MXV Forum#6

 

18 Sep

(Fri)

GH 201-203

BITEC,BKK

 

 

MTX Forum#13

METALEX’09 Exhibitor Meeting

 

8-10 Oct

8 Oct (Thu)

8 Oct (Thu)

8-9 Oct

SECC, HCMC

METALEX Vietnam’09 Exhibition

·          Opening Ceremony (MOIT)

·          Networking Night

·          Conference

 

15 Oct

(Thu)

Dusit Thani Pattaya

MTX Forum#14

28-30 Oct

28 Oct (Wed)

28 Oct (Wed)

28-30 Oct

28-30 Oct

28-30 Oct

QSNCC

WDD Asia’09

·          Opening Ceremony (MOE) / AELF

·          Networking Night (invited guests only)

·          Education Leader Forum

·          Technology Presentation

·          Business Match Making (BMM)

12 Nov

(Thu)

Chao Praya Room,

Montien Riverside

Garment & Textile Executive Forum (GTEF)

GFT 2010 Table Top

 

19-22 Nov

19 Nov

19 Nov

20 Nov

 

BITEC, BKK

METALEX’09 Exhibition

·          Opening Ceremony (TCEB Chairman)

·          Gala Dinner (MTX Congress)

·          MTX Night

 

เรียน เพื่อนๆร่วมห้องทุกคน,

ผมมั่นใจว่าทุกคนคงจะได้เห็นจดหมายของผมที่แบ่งปันบางอย่างที่เป็นส่วนตัวยิ่งของผมต่อ รร แอปเปิ้ล ของเรา โชคร้ายที่ความสงสัยต่อสุขภาพของผมซึ่งเป็นประธานนักเรียน ยังคงเป็นอุปสรรคไม่ใช่แค่ต่อผม ครอบครัว และ แฟนคลับ ของผม แต่ยังรวมไปทุกคนใน รร. อีกด้วย นอกจากนั้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้ค้นพบว่าปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของผมมันซับซ้อนกว่าที่ผมคิดไว้ในตอนแรก

เพื่อที่ผมจะได้นำตัวเองออกจากจุดสนใจ(แน่นอน สาวๆ เพราะใกล้วันวาเลนไทน์แล้ว) และให้ความสนใจกับสุขภาพของผม และให้ทุกคนที่ รร. มีสมาธิกับการส่งรายงาน อันยอดเยี่ยม ผมตัดสินใจที่จะลาป่วยจนถึงเดือนมิถุนายน

ผมได้ขอให้ ดช. ทิม คุก ทำหน้าที่รับผิดชอบตำแหน่งแระธาน นักเรียน ชั่วคราวแบบวันต่อวัน (ถ้าทำงานไม่ดี จะลุกจากเตียงไปตบ) และผมรู้ว่าทีมงานกรรมการ นักเรียนทั้งหมด จะทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ในฐานะ ประธานนักเรียน และ ประธานรุ่น ผมวางแผนที่จะมีส่วนในการตัดสินใจทางกลยุทธที่สำคัญในขณะที่ผมไม่อยู่ โดยกรรมการนักเรียนได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อแผนการนี้

ผมหวังจะได้พบคุณทุกคนตอนปิดเทอมฤดูร้อนนี้

ดช. สตีฟ

 (ขำๆนะคร้าบ ข่าวจริงด้านล่างครับ ลาป่วยจริงๆ)

ข่าวจริง

Team,

I am sure all of you saw my letter last week sharing something very personal with the Apple community. Unfortunately, the curiosity over my personal health continues to be a distraction not only for me and my family, but everyone else at Apple as well. In addition, during the past week I have learned that my health-related issues are more complex than I originally thought.

In order to take myself out of the limelight and focus on my health, and to allow everyone at Apple to focus on delivering extraordinary products, I have decided to take a medical leave of absence until the end of June.

I have asked Tim Cook to be responsible for Apple’s day to day operations, and I know he and the rest of the executive management team will do a great job. As CEO, I plan to remain involved in major strategic decisions while I am out. Our board of directors fully supports this plan.

I look forward to seeing all of you this summer.

 

แบงก์รีดลูกค้า! ขึ้นค่าดูแลบัญชี
        ตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค. เป็นต้นไป

 
ธนาคารดาหน้ากินค่ารักษาบัญชีจากลูกค้า ล่าสุดธนาคารกรุงเทพประกาศใครทิ้งเงินฝากออมทรัพย์ไว้ต่ำ 2,000 บาท ไม่เคลื่อนไหว 1 ปี เสียเดือนละ 50 บาท นางรัชนี นพเมือง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค. เป็นต้นไป ธนาคารจะเก็บค่ารักษาบัญชีจากลูกค้าเงินฝาก 50 บาท/เดือน กรณีบัญชีไม่เคลื่อนไหวเกิน 12 เดือน สำหรับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่มีเงินฝากต่ำกว่า 2,000 บาท  

อัตราดังกล่าวเป็นการปรับจากเดิมที่กำหนดไว้ว่า หากลูกค้าทิ้งเงินไว้ต่ำกว่า 500 บาท ไม่เคลื่อนไหวเกินกว่า 12 เดือน จะเก็บ 50 บาทต่อเดือน ธนาคารปรับขึ้นค่ารักษาบัญชีให้เท่ากับระบบ เพราะทั้งธนาคารไทยพาณิชย์ กสิกรไทย ต่างปรับเกณฑ์ขึ้นเป็น 2,000 บาทกันไปแล้ว ธนาคารกรุงเทพถือเป็นลำดับท้ายๆ ที่หันมาปรับเกณฑ์ขึ้นมา โดยถึงตอนนี้มีเพียงธนาคารกรุงไทยเท่านั้นที่ยังใช้เกณฑ์ 500 บาท แล้วคิดค่ารักษาบัญชีเดือนละ 50 บาทอยู่ นางรัชนี กล่าว นางรัชนี กล่าวว่า จุดประสงค์ของการปรับเกณฑ์เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ามาเดินบัญชี เพราะธนาคารมีลูกค้าหลายล้านบัญชี หากลูกค้าทิ้งเงินไว้เฉยๆ จะกลายเป็นต้นทุน ทั้งต้นทุนด้านการพนักงาน และระบบคอมพิวเตอร์ที่ต้องเพิ่มขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ถ้ามีเงินต่ำกว่า 2,000 บาท ก็ไม่ควรทิ้งไว้ในบัญชีออมทรัพย์เฉยๆ อยู่แล้ว แต่เราจะเก็บเฉพาะบัญชีที่ไม่เคลื่อนไหวเกิน 1 ปี ถึงจะมีเงินเหลือ 3 บาทในบัญชี แต่มีความเคลื่อนไหว 1 ครั้ง ไม่ว่าจะฝาก ถอน โอน หรือบิลเพย์เมนต์ก็ไม่โดนเก็บ แบงก์จะเริ่มนับหนึ่งใหม่ หรือกรณีรับเงินเดือนผ่านแบงก์กรุงเทพ ก็ไม่โดนเก็บ เพราะมีเงินเข้าทุกเดือน นางรัชนี กล่าว
นางรัชนี กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารได้ติดประกาศเกณฑ์ใหม่ในทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่แจ้งลูกค้าให้รับทราบ แต่คงไม่สามารถส่งจดหมายแจ้งลูกค้ารายคนได้ เพราะฐานจำนวนลูกค้าใหญ่มาก
พนักงานธนาคารกรุงเทพ แนะนำว่า หากจะทิ้งเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์เฉยๆ โดยไม่ทำอะไร ขอแนะนำว่าให้เปลี่ยนมาเปิดบัญชีฝากประจำไว้ดีกว่า อาทิ ฝากประจำ 3 เดือน 6 เดือน หรือ 12 เดือน เพราะเมื่อครบกำหนดฝาก นอกจากจะได้รับโอนดอกเบี้ย ธนาคารจะต่ออายุเงินฝากให้อัตโนมัติ ทำให้ไม่ถูกเก็บค่ารักษาบัญชี 50 บาท และบัญชีฝากประจำกำหนดการรับฝากขั้นต่ำไว้ที่ 2,000 บาท
ด้านธนาคารกรุงไทย แจ้งว่า ธนาคารยังไม่มีนโยบายปรับเกณฑ์ค่ารักษาบัญชีไม่เคลื่อนไหว ปัจจุบันยังใช้เกณฑ์เก็บค่าธรรมเนียมสำหรับยอดเงินคงเหลือต่ำกว่า 500 บาท ไม่เคลื่อนไหวเกิน 12 เดือน
ขณะที่พนักงานธนาคารทหารไทย แจ้งว่า ได้ปรับเกณฑ์เก็บค่ารักษาบัญชีสำหรับยอดฝากต่ำกว่า 500 บาท เป็นต่ำกว่า 1,000 บาท ไปเมื่อกลางปี ยังไม่มีนโยบายจะปรับเป็น 2,000 บาทตามระบบ
จากการตรวจสอบพบว่า ปัจจุบันเหลือเพียงธนาคารกรุงไทย นครหลวงไทย ธนชาต เกียรตินาคิน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ไทยเครดิต เอไอจี ที่คิด 50 บาทต่อเดือน หากมีเงินเหลือในบัญชี 500 บาท ไม่เคลื่อนไหว 1 ปี ส่วนธนาคารสินเอเซียนั้นไม่คิดค่าธรรมเนียมใดๆ
ขณะที่ธนาคารทิสโก้และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กำหนดไว้สูงถึง 5,000 บาท หากไม่เคลื่อนไหว 12-24 เดือน จะคิดเดือนละ 50 บาท

สงสัยผมคงต้องไปปิดที่ๆดองใว้ให้หมดซะแล้ว ไม่ไหวๆ - -* 

โดยคร่าวๆคือ สิทธิในการข่าวไร้พรหมแดนนั้น ชักกลายเป็นเรื่อง ใกล้ตัวเราเข้าไปทุกๆวันแล้ว โดยเฉพาะ เมื่อข่าวนั้นๆ ส่งผลกระทบอย่างแรงกล้าในคนหมู่มาก

ผมเคยพูดถึงเรื่อง FW mail ที่มีความเชื่อถือได้ต่ำมากในปัจจุบันไปแล้ว โดยส่วนใหญ่ เมล์เหล่านี้มีจุดประสงค์ตั้ง แต่ก่อกวน ให้ข้อมูลที่ผิด ถึงการทำให้เสื่อมเสีย จนเกิดเป็นกระแสความเกลียดได้เลย

ยิ่งเกิดในสังคมไทยแล้ว ซึ่งผู้คนต่างรับข่าวด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยไม่ได้คำนึงถึงเจตนาร้ายที่แอบแฝงมาในข้อมูลนั้นๆ  ยิ่งทำให้ เป็นการง่ายต่อข้อมูลลวงเหล่านี้ที่ ปล่อยออกมาโดยเจตนาร้าย

ตอนนี้มาถึงขั้น website และ blog ซึ่ง publisher ต่างๆ นั้นไม่ได้เป็นนักข่าว การควบคุมข้อมูลให้คงความถูกต้องนั้นจึงเป็นไปได้ยากยิ่งกว่าเดิม (แม้นักข่าวไทยจะนิยมเขียนเชียหรือใส่ไข่กัน แต่ส่วนมากก็ยังมีจรรยาบรรณ กันอยู่) เห็นได้ชัดเจนที่สุด ระหว่างข่าวเสรีกับข่าวที่ถูกกรองคือ การที่ มี tv ช่องหนึ่งยิงข่าวจากต่างประเทศเข้ามาโดยเนื้อหานั้น ล้วนแล้วแต่โจมตี สร้างกระแสความเข้าใจผิดอย่างกว้างขวาง (ถึงบางเรื่องจะเป็นเรื่องจริง แต่เป็นการนำเสนอข่าวด้านเดียวที่น่าละอายที่สุด) blog ที่เอาใว้หลอกขาย iphone ปลอมก้มีไม่น้อยเช่นกัน

ฉนั้น ในสังคมแบบที่คนรับฟังข่าวได้เสรี จึงมีตัวกรองตลอดมา มิให้ ข่าวลือข่าวมั่ว แอบอ้างเป็นเรื่องจริงได้ ซึ่งจะต่างกับสังคมการบริโภคข่าวสารหลายสายในประเทศโลกที่หนึ่งซึ่ง สังคมจะ กรองข่าวส่วนมากด้วยตนเอง

ข่าวลือนั้นมีมาแต่โบราณครับ แล้วก็มักจะลือกันแต่เรื่องไม่ดีซะด้วย เมื่อ 2000 กว่าปีที่แล้ว เพียง คำจีน 2 คำ ที่มีความหมายว่า สวรรค์สิ้นแล้ว ทำให้ ขุลพลทั่วประเทศลุกขึ้นมาห้ำหั่นกันคิดจะเป็นใหญ่

ในปัจจุบันก็เช่นกัน ดาราสาวอ้วนหน่อยก็ลือว่าท้อง พอเงียบไม่ตอบข่าว หาว่าไม่มีพ่อด้วยซะงั้น

สรุปเลยแล้วกัน ถ้าจะกรองข่าวสารให้เป็นไปตามหลักสากล ประเทศเราอยู่ที่เลเวลไหน สังคมเราพร้อมรับข่าวเสรีแค่ไหน หรือการข่าวเสรี จะทำให้เราวิวัตตัวตน ไปตามโลกได้ หรือ ทำให้เกิดผลร้ายที่มากกว่า

แน่นอนที่สุด ICT ก็ส่วนหนึ่ง ที่ควรทำวิจัยออกมาให้มันดีก่อนจะฟันธง ริดรอนเสรรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของคนไทยที่อยู่ในประเทศประชาธิปไตย อันเรียกได้ว่าโลกเสรีครับ

 

ขออนุญาตินำบทความที่น่าสนใจมาเลยแล้วกันนะครับ จากเวป

http://thainetizen.org/2009/01/13/66

 

หัวข้อดั้งเดิม

  หรือไทยจะเป็นศัตรูอินเทอร์เน็ตรายใหม่?โพสข้อมูลโดย bact

องค์การผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน เพิ่มระดับความวิตกกังวลต่อต่อเสรีภาพของการแสดงความเห็นผ่านโลกออนไลน์ใน ประเทศไทยอีกครั้ง หลัง ใจ อึ๊งภากรณ์ ถูกดำเนินคดีหมิ่นเป็นรายล่าสุด พร้อมประณามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่เป็นตัวแทนในการสร้างกลไก รุกรานเสรีภาพในการแสดงออก

บทความ 'หรือประเทศไทยจะเป็นศัตรูรายใหม่สำหนรับอินเทอร์เน็ต' ได้เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์และเครือข่ายจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ขององค์การผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนทั่วโลก เมื่อ 12 ม.ค. ว่า ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนมีความวิตกกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออก ในพื้นที่อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย เนื่องมาจากรัฐบาลใหม่ตัดสินใจจัดลำดับความสำคัญในการจับตาจัดระเบียบพื้นที่อินเทอร์เน็ตเพื่อป้องกันกรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

รายละเอียดระบุต่อไปว่า นางระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ซึ่งเข้าดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 15 ธันวาคมว่า มีเว็บไซต์มากกว่า 2,300 แห่ง ถูกปิดกั้น (บล็อค) และอีก 400 แห่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน งบประมาณราว 2 ล้านเหรียญยูโร หรือประมาณ 80 ล้านบาท ถูกใช้เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์คัดกรองเว็บไซต์

“เราขอประณามว่ากลไกเหล่านี้ที่ถูกสร้างโดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นตัวแทนในการทำหน้าที่รุกรานอย่างรุนแรงต่อเสรีภาพในการแสดงที่มีเป้าหมายในการต่อสู้กับความผิดทางอาญาที่ถูกนิยามอย่างเลวร้าย” ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนกล่าว “น่าประหลาดใจที่เรื่องนี้กลายมาเป็นเรื่องที่ถูกให้ความสำคัญ ถึงแม้ว่าการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตยังห่างไกลจากความเป็นเรื่องปกติในประเทศไทยทั่ว ๆ ไป มันเป็นเรื่องที่รัฐบาลควรยอมรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อกิจกรรมออนไลน์ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตของประเทศ

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2551 ใจ ไจลส์ อึ๊งภากรณ์ อาจารย์ด้านรัฐศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกหมายเรียกให้รายงานตัวที่สถานีตำรวจในวันที่ 20 มกราคมด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเนื่องมาจากหนังสือที่เขาเขียน “รัฐประหารเพื่อคนรวย” “A Coup for the Rich,” ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของเขาเอง

นักเขียนชาวออสเตรเลียจากเมลเบิร์น แฮรี่ นิโคไลดส์ ถูกคุมขังตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2551 ขณะที่กำลังจะเดินทางกลับประเทศออสเตรเลีย เขาเคยสอนที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในภาคเหนือของประเทศไทย และเขียนหนังสือให้กับวารสารและเว็บไซต์ คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวถูกปฏิเสธทั้ง 4 ครั้ง

รัฐมนตรีไอซีทีคนใหม่ ประกาศเมื่อวันที่ 29 ธันวาคมว่าการปิดกั้นเว็บไซต์ที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพจะเป็นภารกิจหลักของกระทรวงไอซีที เธอกล่าวด้วยว่า รัฐมนตรีคนก่อนนั้น “เข้าใจผิดพลาดที่ดำเนินการควบคุมเพียงเล็กน้อยต่อกรณีเว็บไซต์ที่มีฐานอยู่ในต่างประเทศ”

2 วันก่อนหน้านั้น สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลได้เสนอ ให้แก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพให้รุนแรงขึ้น ขณะที่ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา สั่งให้เจ้าหน้าที่ทหารทำการให้แน่ใจได้ว่าจะไม่มีการโจมตีพระมหากษัตริย์ โดยสั่งการกับนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาระดับกองพันกว่า 800 นาย โดยระบุว่าทหารแต่ละกองพันมีหน้าที่จับตาเว็บไซต์ 1-2 เว็บไซต์ เพื่อเฝ้าระวังเนื้อหาที่เป็นด้านลบต่อระบอบกษัตริย์

ประเทศไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งสิ้น 14 ล้านคน คิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั้งหมด องค์กรความร่วมมือที่ชื่อว่า เครือข่ายพลเมืองเน็ต (Thai Netizen) ได้จะเข้าพบกับนายกรัฐมนตรีวันนี้ (13 ม.ค.) เพื่อยื่นหนังสือที่มีเป้าหมายปกป้องเสรีภาพในการแสดงออกในพื้นที่ออนไลน์ และเสนอแนวทางประนีประนอมต่อกรณีดังกล่าว การรวมกลุ่มดังกล่าวเป็นการรวมตัวของบล็อกเกอร์และผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย เพื่อรณรงค์เสรีภาพในการแสดงความเห็นในพื้นที่ออนไลน์ของประเทศไทย

เมื่อเว็บไซต์ถูกปิดกั้นในประเทศไทย มันถูกทำโดยการที่ฝ่ายรัฐได้ขอความร่วมมืออย่างไม่เป็นทางการต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ISP คำขอดังกล่าวปราศจากซึ่งสถานะตามกฎหมาย

กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ บัญญัติไว้ในมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา บัญญัติว่า มาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาต มาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี ภายใต้พระราชบัญญัติอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ซึ่งผ่านเป็นกฎหมายเมื่อปี 2550 การบันทึกข้อมูลการใช้คอมพิวเตอร์ของบุคคลจะต้องถูกเก็บไว้ไม่ต่ำกว่า 90 วัน และถูกเรียกสอบได้โดยไม่ต้องมีคำสั่งศาล ตำรวจก็สามารถยึดคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ตามที่ต้องสงสัยว่าถูกใช้ในการกระทำความผิด

แปลและเรียบเรียงจาก
Is Thailand a new enemy of the internet?, 12 Jan 2009 http://www.rsf.org/article.php3?id_article=29945

ภาพดวงจันทร์ของนาซา เปรียบขณะดวงจันทร์อยู่ไกลที่สุด (ซ้าย) และอยู่ใกล้ที่สุด (ขวา) เมื่อปี 2547
       คืนวันพระจันทร์เต็มดวงที่ 12 ธ.ค.นี้ เป็นคืนที่เราจะได้เห็นจันทร์เต็มดวงโตที่สุดและสว่างที่สุดในรอบปี แม้จันทร์จะโตไม่พอให้มองเห็นรอยเท้าของ "นีล อาร์มสตรอง" แต่นาซาก็เชิญชวนให้ทุกคนออกไปชมปรากฏการณ์พิเศษนี้ โดยเฉพาะช่วงจันทร์อยู่ใกล้ขอบฟ้า
       
       
องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ชวนชมปรากฏการณ์จันทร์เต็มดวงคืนวันที่ 12 ธ.ค.51 นี้ ที่จะเห็นเป็นดวงโตและสว่างที่สุดในรอบปีนี้ โดยเราเห็นปรากฏการณ์ดังกล่าวได้เพราะดวงจันทร์โคจรเป็นรูปวงรี ทำให้มีด้านที่อยู่ใกล้โลกมากกว่าด้านอื่นๆ 50,000 กิโลเมตร ซึ่งในภาษาของนักดาราศาสตร์ ด้านที่อยู่ไกลสุดคือ "อะโพจี" (apogee) และด้านที่ใกล้สุดคือ "เพริจี" (perigee)
       
       ในคืนวันศุกร์นี้ดวงจันทร์จะอยู่ในตำแหน่งเพริจี ซึ่งส่งผลให้ดวงจันทร์ในคืนปลายสัปดาห์ดูใหญ่กว่าจันทร์เต็มดวงเมื่อช่วงต้นปี ถึง 14 % และสว่างมากกว่า 30%
       
       แต่เราจะบอกความแตกต่างของดวงจันทร์ดวงกลมๆ ที่ใหญ่ขึ้นได้หรือไม่? แน่นอนว่าไม่มีไม้บรรทัดลอยกลางอากาศให้เราวัดขนาดของดวงจันทคร์ที่ใหญ่ และบนฟ้าก็ไม่มีจุดให้เปรียบเทียบ ดังนั้นจันทร์เต็มดวงครั้งนี้ก็คงเหมือนกับทุกๆ ครั้ง แ
       
       นาซาแนะนำว่าช่วงเวลาดีที่สุดที่จะชมดวงจันทร์คือ ช่วงเวลาที่ดวงจันทร์อยู่ใกล้ขอบฟ้า เมื่อภาพจริงผสานกับภาพมายา สิ่งที่เราคือภาพที่ชวนตะลึงงัน ทั้งนี้นักดาราศาสตร์หรือแม้กระทั่งนักจิตวิทยาก็ยังไม่เข้าใจเหตุผลแน่ชัดนัก ที่ดวงจันทร์จะดูใหญ่กว่าปกติเมื่อฉายแสงทาบต้นไม้ อาคารเรือนและทัศนียภาพที่อยู่เบื้องหน้าของดวงจันทร์
       
       อย่างไรก็ดี สำหรับคนที่คาดหวังว่าจะได้มองเห็นรอยเท้าของ "นีล อาร์มสตรอง" (Neil Armstrong) คงจะต้องผิดหวังเพราะดวงจันทร์ที่อยู่ใกล้จากโลกโดยเฉลี่ย 384,400 กิโลเมตร อันเป็นระยะที่แม้แต่กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble) ซึ่งออกไปโคจรรอบโลกบันทึกความแตกต่างได้เพียงแค่ 60 เมตรเท่านั้น แต่ของชิ้นใหญ่สุดที่ยานอะพอลโล (Apollo) ทิ้งไว้บนดวงจันทร์มีขนาดเพียง 9 เมตร ซึ่งเมื่อบันทึกด้วยกล้องฮับเบิลจะเห็นเป็นจุดเล็กกว่าความละเอียด 1 พิกเซลเสียอีก
       
       หากแต่สิ่งที่จะเห็นพิเศษสุดคือบรรยากาศรอบๆ ตัวเราที่ทุกอย่างจะสว่างไสวที่สุดจากแสงจันทร์ ส่วนผู้คนในซีกโลกเหนือยังได้เห็นสิ่งที่พิเศษอีกอย่างคือ ตำแหน่งของดวงจันทร์เต็มดวงอยู่ที่สูงสุดในรอบปี และรอบตัวจะยิ่งสว่างมากขึ้น หากเต็มไปด้วยหิมะ
       
       ผลพวงจากตำแหน่งของดวงจันทร์ที่อยู่ใกล้โลกนี้ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้น แต่ไม่มีอะไรน่ากังวลนัก เพราะแรงดึงดูดจากดวงจันทร์จะทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นกว่าปกติไม่กี่เซนติเมตร และสภาพภูมิประเทศจะขยายผลของปรากฏการณ์น้ำขึ้นไปถึงแค่ 15 เซนติเมตรเท่านั้น ซึ่งนาซาระบุว่าไม่ถึงขั้นทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่แต่อย่างใด
ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นเรื่องดีที่ Naza พยายามออกมา ประกาศข่าวเหล่านี้ให้เป็นไปในเชิง social science ครับ มันน่าจะทำให้คนเราสนใจเรื่องรอบตัวนอกอวกาศมากขึ้นโขเลยทีเดียว

edit @ 12 Dec 2008 11:24:14 by Auttapong Maesincee

First | Previous | Next | Last