สังคมฐานความรู้

สังคมฐานความรู้
รองศาสตราจารย์ ดร.เกล้า  ทองขาว*

สารานุกรมวิชาชีพครู
เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ พรรษา หน้า ๓๘๓–๓๘๗

ความหมายของความรู้ (Knowledge)
วัฒนธรรมของชาวโลกในอดีต ถือว่าความรู้เป็นสมบัติของมวลมนุษยชาติโดยรวม ผู้ค้นพบความรู้และนวัตกรรมเป็นคนแรก จะได้รับเกียรติและบันทึกไว้ให้คนรุ่นหลังได้ยกย่องเชิดชู ปัจจุบันความรู้และเทคโนโลยีได้กลายสภาพเป็นสินค้า จึงเกิดมีธุรกิจความรู้และอุตสาหกรรมความรู้ ผู้คนพบคือผู้ลงทุนทำการวิจัยที่ทำให้เกิดความรู้และนวัตกรรม จะสงวนสิทธิ์และผลประโยชน์จากสิ่งที่ค้นพบ มีการต่อรองค้าขายองค์ความรู้ วัตกรรมและเทคโนโลยีมีกฎหมายคุ้มครอง สามารถติดตามเอาผิดกับผู้ละเมิด ความรู้กลายเป็นสินค้าที่ซื้อขายราคาแพง ความรู้จึงมีบทบาทในการสร้างความมั่งคั่ง ความรู้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (Knowledge driven economy) ความสามารถแข่งขันได้ในโลกขึ้นอยู่กับพลังความรู้

12345

แนวคิดและพื้นฐานการนำไปใช้
สังคมความรู้ เป็นกระบวนทัศน์ (paradigm) การเปลี่ยนแปลงสังคมตามกระแสโลกาภิวัตน์ที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านต่างๆ ของประเทศอย่างมากดังกล่าวแล้ว สำหรับสังคมไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงแนวความคิดเป็นกระแสสวนทางความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ในอันที่จะสร้างความสมดุลและความเจริญแท้จริงของสังคม มิใช่แนวความคิดที่มุ่งแต่จะสร้างความเจริญในปัจจุบันแต่อาจจะเกิดปัญหารุนแรงในสังคมอนาคต กล่าวคือ แนวความคิดสังคมฐานความรู้ที่กล่าวถึงในเบื้องต้น ได้มีการปรับกระบวนทัศน์ (paradigm shift) ไปสู่สภาพใหม่ที่มุ่งให้ความรู้เป็นเครื่องมือของทุกคนในสังคม เป็นความรู้ที่มีความหมายกว้างขึ้น เป็นความรูที่มีการบูรณาการผสมผสานด้านวัฒนธรรม จริยศาสตร์ และมนุษยศาสตร์เข้ามารวมกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์เดิมมาสู่ยุคใหม่นี้ดูจะสอดคล้องกับวัฒนธรรมและความเชื่อของคนไทย สังคมฐานความรู้ในยุคนี้จึงมุ่งการเข้าถึงความรู้และใช้ความรู้เป็นแบบองคืรวม ให้ความสำคัญกับความพอดี ความพอเพียงและทางสายกลาง ดังที่มีการสะท้อนออกมาเป็นปรัชญาพื้นฐานการศึกษาในแผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.๒๕๔๕–๒๕๕๙)

กระบวนการจัดการเรียนรู้และการปลูกฝังนิสัยรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต
(lifelong learning) แก่ผู้เรียนในระบบการศึกษาตั้แต่ขั้นอนุบาลศึกษาจนถึงอุดมศึกษาจะให้ความสำคัญกับกระบวนการเรียนรู้ที่มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดย พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา (๒๕๔๘ : ๘๐) เห็นว่าน่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมผู้เรียนให้พัฒนารูปแบบความคิดที่เอื้อต่อการพัฒนาทีมงาน สามารถแสวงหาวิสัยทัศน์ร่วมในการสร้างประสบการณ์ การเรียนรู้ มีกระบวนการเรียนรู้ในลักษณะที่มีการทำงานเป็นทีม จนผู้เรียนสามารถจัดการความคิดเป็นระบบ ส่งเสริมให้มีการพัฒนาสถานศึกษาเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (learning organization) ซึ่ง วิจิตร ศรีสอ้าน (๒๕๔๗ : ๒๓) มีแนวความคิดว่า ในยุคสังคมฐานความรู้ตามกระบวนทัศน์ใหม่ ความรู้และผู้ใช้ความรู้ (knowledge and knowledge workers) คือ ปัจจัยสำคัญของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานความรู้ซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจที่อาศัยการผลิต การแพร่กระจาย (dissemination) และการใช้ความรู้จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ การพัฒนาเศรษฐกิจ ฐานความรู้จะต้องอาศัยนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและสภาพแวดล้อมทางสังคมธุรกิจ องค์ประกอบทั้งหมดที่กล่าวถึงนี้ส่วนใหญ่จะมีผลมาจากกระบวนการเรียนการสอน การวิจัยและการพัฒนา และการจัดการความรู้ครบวงจรที่เกิดขึ้นในหน่วยงานทางการศึกษา โดยเฉพาะขั้นอุดมศึกษา ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสริมสร้างและเอื้ออำนวยให้สังคมไทยก้าวไปสู่สังคมฐานความรู้

สังคมฐานความรู้ หรือสังคมความรู้ คือ สังคมที่เข้าถึงและใช้ความรู้เป็นพลังในการกำหนดสภาพสังคม คำ “สังคมฐานความรู้” ที่นักวิทยาศาสตร์สังคมบัญญัติขึ้นมีจุดประสงค์ที่จะอธิบายให้เห็นอิทธิพลของพลังความรู้และวิทยาศาสตร์ต่อเศรษฐกิจและสังคม ทำให้คนในสังคมได้เรียนรู้และเข้าใจสภาพเป็นไปของสังคม และสามารถเข้าไปกำกับ ควบคุมและดำรงตนอยู่ในสังคมความรู้อย่างสันติสุข
 


    ขอบคุณ  http://www.trang.psu.ac.th/learning2teach/index.php?option=com_content&task=view&id=59&Itemid=34