Chapter4
คำอธิบาย กรณีขายหุ้นชินคอร์ป บทที่ 4 (กฏหมายสัดส่วนหุ้นต่างชาติ)

4.       การออกกฏหมายให้ต่างชาติถือหุ้นบริษัทโทรคมนาคมไทยได้ไม่เกิน 50%

4.1    เดิมบริษัทโทรคมนาคมไทยที่เป็นสัญชาติไทย ต้องมีสัดส่วนหุ้นไทยไม่น้อยกว่า 50% ตามนิยามในกฏหมายการประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ไม่มีเจตนากีดกันหรือไม่ต้อนรับการลงทุนด้านโทรคมนาคมจากต่างชาติ

4.2    ต่อมาปี 2543 รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอร่าง พรบ การประกอบกิจการโทรคมนาคม เป็นการออกกฏหมายลูกตามรัฐธรรมนูญใหม่ปี 2540 โดยสัดส่วนต่างชาติ ให้ใช้นิยามตาม พรบ การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ปี 2542 (ว่าต้องเป็นบริษัทไทย คือต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 50%)

·        แต่ในปี 2544 วุฒิสภาได้แปรญัตติให้สัดส่วนเป็นไม่เกิน 25% แทน ทำให้บริษัทโทรคมนาคมหลายราย คือ ดีแทค ออเร้นจ์ ทีทีแอนด์ที (บริษัทโทเทิ่ลแอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น, บริษัทซีพีออเร้นจ์ บริษัทไทยเทเลโฟน แอนด์เทเลคอมมิวนิเคชั่น) มีปัญหา เพราะมีสัดส่วนการลงทุนจากต่างชาติเกินกว่านี้ จึงร้องเรียนเสนอพรรคการเมืองทุกพรรคให้ปรับสัดส่วนนี้

·        มีการอภิปราย แปรญัตติ มาตลอด 4 ปี จึงผ่านการพิจารณาของทั้งสองสภาปลายปี 2548 ให้สัดส่วนต่างชาติตามพรบ การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ปี 2542 (ต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 50%) ตามร่างแรกเมื่อปี 2542

4.3    สัดส่วนนี้สอดคล้องกับแนวโน้มการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ พันธสัญญาต่อองค์การการค้าโลก (WTO) ในการเปิดเสรีโทรคมนาคมปี 2549 รวมถึงแนวโน้มการลงทุนเทคโนโลยีโทรคมนาคมใหม่เพื่อให้ทันกับการพัฒนา เช่น บรอดแบนด์โทรศัพท์มือถือยุคที่ 3 ซึ่งจะต้องมีการลงทุนเพิ่มอีกหลายแสนล้านบาท ขณะที่ทุนไทยจะมีข้อจำกัดอย่างแน่นอน ต้องอาศัยเงินลงทุนจากต่างประเทศจำนวนมาก

4.4    การกล่าวหาว่าตั้งใจแก้กฏหมายแล้วขายหุ้นทันที ความจริงแล้วจังหวะเวลาที่กฏหมายมีผลใช้ใกล้เคียงกับการขายหุ้นชินคอร์ป เป็นความบังเอิญ ไม่ใช่การออกกฏหมายมาเอื้อการขายหุ้น

·        มีการทำเรื่องนี้ทุกพรรคและทุกสภามา 4 ปี วันที่ผ่านสภาผู้แทน 14 กันยายน 2548

·        กรณีนี้ไม่มีผลต่อชินคอร์ป เนื่องจากไม่ใช่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการโทรคมนาคมโดยตรง และยังไม่มีผลต่อเอไอเอสหรือชินแซทเทลไลท์ในขณะนี้ตามใบอนุญาตเดิม จะมีผลเมื่อมีใบอนุญาตใหม่ในอนาคต 

คณวัฒน์ออกโรงป้องนายก โต้ไอซีทีไม่เกี่ยวข้องเรื่องแก้กฎหมายพรบ.คมนาคม แจงเริ่มแก้ไขมาตั้งแต่ปี 2544 แล้ว

สำนักข่าวอีนิวส์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีขณะนี้ มีกระแสข่าวถึงความเข้าใจผิดว่า รัฐบาลได้สั่งการให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ได้เร่งรัดแก้ไขพระราชบัญญัติการกระกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 โดยเฉพาะประเด็นอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นจาก 25% เป็น 49% เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ครอบครัวของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเพื่อการขายหุ้นนั้น โดยในวันนี้ ( 20 ก.พ. ) นายคณวัฒน์ วศินสังวร ผู้ช่วยรมว.ไอซีที ได้จัดแถลงข่าวเพื่อชี้แจงเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้น

ผู้ช่วยรมว.ไอซีที เปิดเผยว่า การแก้ไขกฏหมายการประกอบกิจการโทรคมนาคมฯ ดังกล่าว เริ่มต้นที่ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพีออเร้นจ์ จำกัด และ บริษัท ไทยเทเลโฟน แอนด์เทเลคอมมิวนิเคชั่น ได้เรียกร้องให้กระทรวงคมนาคมแก้ไขกฏหมายดังกล่าว จำนวน 4 มาตรา คือ มาตรา 8, 58, 79 และ 80 เพราะเห็นว่า ไม่สอดคล้องกับการเปิดเสรีและปิดกันการแข่งขัน ดังนั้น ไอซีทีจึงไม่ได้เร่งแก้กฏหมายเอื้อประโยชน์ใคร และขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณ

ส่วนลำดับขั้นตอนการแก้ พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคมฯ นายคณวัฒน์ กล่าวว่า เริ่มจากวันที่ 18 ธ.ค. 2544 กระทรวงคมนาคมเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ตามที่เอกชนทั้ง 3 รายเสนอ หลังจากนั้น วันที่ 8 ต.ค. 2546 สภาฯ ชุดเดิมรับหลักการและตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแต่ไม่เสร็จ เพราะสภาฯ หมดวาระในปี 2547 จนกระทั่งวันที่ 27 เม.ย. 2548 สภาฯ ชุดปัจจุบันจึงตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาอีกครั้ง ก่อนผ่านสภาฯ ในวันที่ 14 ก.ย. 2548 ผ่านวุฒิสภาวันที่ 14 พ.ย. 2548 และเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2549

กระบวนการแก้ไข พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคมฯ เริ่มต้นมาตั้งแต่ พ.ศ. 2544 เพราะมีบริษัทโทรคมนาคมเรียก ร้องผ่านกระทรวงคมนาคม โดยหลังจากนั้น กระบวนการแก้ไขก็ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาอย่างรอบคอบ ดังนั้น การแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว จึงไม่ใช่การแก้กฏหมายอย่างเร่งรีบ เพราะถ้านับตั้งแต่กระทรวงคมนาคมเสนอขอแก้ไขจนถึงประกาศใช้รวมเวลาทั้งสิ้น 4 ปี แต่ถ้านับเวลาตั้งแต่สภาฯ ชุดที่แล้วรับหลักการต่อเนื่องมาถึงสภาฯ ชุดปัจจุบันใช้เวลาทั้งสิ้น 2 ปี 3 เดือน นายคณวัฒน์กล่าว

โดย เสาวณิต อังคะทายาท

สภาผ่านร่างกฎหมาย กทช.แก้สัดส่วนต่างชาติถือหุ้น

สำนักข่าวเนชั่น 14 กันยายน 2548

          เมื่อเวลา 13.30 น. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายโภคิน พลกุล ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธาน ที่ประชุมมีมติให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่...) พ.ศ. ...  ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ไม่มีการอภิปรายใดๆ เนื่องจากร่างดังกล่าวเป็นร่างที่ค้างการพิจารณาจากคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว และรัฐสภามีมติเห็นชอบให้พิจารณาต่อไปตามมาตรา 178

          โดยสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544  เกี่ยวกับการปรับปรุงคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 2 และแบบที่ 3 ให้มีสัดส่วนการถือหุ้นของบุคคลผู้มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 นั้น เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการระดมทุนจากการกู้ลงทุนต่างประเทศ หรือหากจะร่วมทุนกับต่างประเทศก็จะติดขัดปัญหาสัดส่วนการถือหุ้นของคนต่างด้าว ส่งผลให้ผู้รับในอนุญาตทั้งรายเดิมและรายใหม่ไม่สามารถพัฒนาโครงข่ายหรือเทคโนโลยีโทรคมนาคม เพื่อจัดการให้บริการแก่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

          จึงสมควรแก้ไขสัดส่วนการถือหุ้นเสียใหม่เพื่อเอื้อต่อการระดมทุนจากนักลงทุนจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ได้กำหนดห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตเรียกเก็บเงินประกันหรือเงินอื่นที่มีลักษณะเป็นเงินประกัน ส่วนการเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้าต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองผู้บริโภคหรือประโยชน์สาธารณะ …..