ห้องเล่นลูกรัก


โดย กลุ่มผู้ปกครองอาสา

 

ติดต่อ สอบถาม

ห้องเล่นลูกรัก

เรือนอรุณ โรงเรียนรุ่งอรุณ

โทรศัพท์ ๐๒-๘๔๐-๑๙๗๗
e-mail :
ot@roong-aroon.ac.th

 

การอบรมสัมมนา

     มีDVD จำหน่าย รายได้สมทบการจัดหาอุปกรณ์ และขยายองค์ความรู้สู่ชุมชน      

 

บทความ

คณะทำงานผู้ปกครองอาสา

ที่ปรึกษา       คุณประภา         อภิพัฒนา       (คุณแม่เจี๊ยบ)
ประธาน        ร.ต.อ.หญิงวัชรา  พงคพนาไกร   (คุณแม่จิ๋ม)
รองประธาน    คุณลาวัณย์        ตั้งวงศ์กิจ      (คุณแม่หน่อย)
เหรัญญิก       คุณสุรางค์         ดีรุ่งโรจน์       (คุณจุ๊)
วิชาการ        คุณรังสิมา         พิทักษ์ชัยสุข   (คุณนีนี่)
ประชาสัมพันธ์ คุณสุภัคศรี         เวศม์วิบูลย์     (คุณแม่กิม)
                  คุณอัจฉรา        ชาญสุนทร      (คุณแม่เพี้ย)
                  คุณนฤมล         มังคลิกุล         (คุณแม่แหม่ม)
เลขาฯ ที่ประชุม    คุณวันวิสา   ขัตติโยทัยวงศ์  (คุณแม่เอ๋)
                       คุณฐิตาภา  แซ่อื้อ             (คุณแม่เตี้ย)

เจ้าหน้าที่ประจำห้องเล่นลูกรัก

ครูนักกิจกรรมบำบัด           ครูดลยา  ลัพธวรรณ์           (คุณครูปอ)
แม่บ้าน                         คุณสุมาลี  ได้ระเบียบ        (คุณป้าหลอด)
ผู้จัดการห้องฯ                 คุณสุพิมพรรณ เทพกำแหง   (คุณป้ามิ้ง) 

กรอบแนวคิด

        กระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์เกิดขึ้นเป็นลำดับขั้นตอนเริ่มจากระบบประสานรับความรู้สึกเป็นฐานแรก ประสาทรับความรู้สึกมีอยู่ตามส่วนต่างๆ ได้แก่
- ตา   ทำงานเกี่ยวกับการมองเห็น (Visual)
- หู  ทำงานเกี่ยวกับการฟัง การได้ยิน (Auditory)

- จมูก ทำงานเกี่ยวกับการดมกลิ่น(Olfactory)

- ปาก ทำงานเกี่ยวกับการรับรส การกิน (Gustatory)

- ผิวกาย ทำงานเกี่ยวกับการรับสมัผัส (Tactile)

- น้ำในหูชั้นใน ทำงานเกี่ยวกับระบบการทรงตัว (Vestibular)

-กล้ามเนื้อ เอ็น และ ข้อต่อ ทำงานเกี่ยวกับการรับแรง ส่งแรง กะประมาณแรง (Proprioceptive) และรับรู้ตำแหน่งส่วนต่างๆของร่างกาย     

         ระบบรับความรู้สึกเหล่านี้จะทำงานผสมผสานกัน (Sensory Integration)

มีพัฒนาการตามลำดับขั้นตอนจากง่ายไปหายาก ปรากฏให้เห็นในการแสดงออก เช่น จากอิริยาบถง่ายๆ ได้แก่ - ลักษณะการคลาน ยืน นั่ง วิ่ง กระโดด / จากการกิน (กินอาหารได้น้อยอย่าง หรือ เลือกกิน) / จากอาการขยุกขยิกอยู่ไม่นิ่ง หรือ เซื่องซึม เหม่อลอย / จากการเล่น โต้ตอบเพื่อน (โต้ตอบแรงเกินกว่าเหตุ หรือ ไม่ตอบโต้ ชอบให้เพื่อนเล่นแรง) / หรือหากดูการแสดงออกที่ซับซ้อนขึ้น ได้แก่ ลักษณะความสัมพันธ์ของร่างกาย ซีกซ้าย – ซีกขวา / ความมั่นคงทางอารมณ์  เช่น อารมณ์ขึ้น – ลง ง่าย หรือ ไม่มีอารมณ์ เฉยชา ไม่แสดงถึงความรู้สึก) / การทำงานสัมพันธ์ของตา กับ มือ / ความรู้เป็น รู้อยู่ รู้กระทำ อย่างมีจุดหมาย เช่น งานอย่างเลื่อนลอย  ไม่รู้ขอบเขตเวลา ต้องให้กระตุ้นเตือนอยู่เสมอ  ไปจนถึงการกระทำ การแสดงออก ในระดับคุณภาพ อันได้แก่ ความสามารถในการรวบรวมสมาธิเข้าสู่การงาน / ความเชื่อมั่นในตนเอง / ความสามารถด้านการเรียน (เขียน อ่าน คิด) / การวางแผน จัดระบบ / ความสามารถในการคิดเชิงนามธรรม รู้เหตุรู้ผล / มีทักษะทางสังคม รู้จักอยู่ร่วมกับผู้อื่น หรือแม้กระทั่งทางร่างกาย ดูที่ลักษณะร่างกายสมดุล    มั่นคง คล่องแคล่ว
          หากระบบรับความรู้สึกส่วนใดส่วนหนึ่งมีมากเกินไป หรือ น้อยเกินไป ก็จะเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ และมีผลต่อพฤติกรรมของคน ทำให้เกิดความติดขัด และปรับตัวยาก (อ้างจาก : ขบวนการจัดระบบความรู้สึก ๕ ขั้น ; ภาควิชากิจกรรมบำบัด คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)  

       ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานผสมผสานนของระบบรับความรู้สึกนี้ ช่วยให้เราเข้าใจเด็กอย่างรู้ที่มาของพฤติกรรมต่างๆ และมีวิธีที่จะนำพาเด็กออกจากความยากลำบากในขั้นตอนใด ขั้นตอนหนึ่งดังกล่าวข้างต้น ด้วยการจัดโอกาส หรือ ประสบการณ์ให้เด็กสั่งสม และเติมเต็มให้กับระบบรับความรู้สึกของส่วนต่างๆ ผ่านรูปแบบที่เป็นธรรมชาติ เหมาะกับวัยและอยู่ในวิถีชีวิต อย่างเช่น กิจกรรม การเล่น หรือการช่วยเหลืองานบ้าน

ความเป็นมาของห้องเล่นลูกรัก

            ห้องเล่นลูกรักเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของ กลุ่มผู้ปกครองอาสา ของโรงเรียนรุ่งอรุณ ซึ่งเดิมผู้ปกครองร่วมกันจัดหากิจกรรมการเล่นอย่างมีเป้าหมายให้กับลูกๆ ในช่วงพักกลางวัน และหลังเลิกเรียน ระยะแรกมีครูฝ่ายการศึกษาพิเศษช่วยดูแล ใช้ชั้นบนของเรือนกระยาทิพย์(เดิม) เป็นที่ทำการ
            ระหว่างนั้นผู้ปกครองบางท่านได้พาลูกๆ ออกฝึกกิจกรรมการเล่นตามโปรแกรมกระตุ้นระบบรับความรู้สึก ภายใต้การดูแลของนักกิจกรรมบำบัด จนเห็นความเปลี่ยนแปลง และศึกษาทำความเข้าใจกรอบแนวคิดของขบวนการผสมผสานระบบความรู้สึก ว่าเป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการของเด็กได้ทุกคน จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นที่โรงเรียน
            ในเดือนตุลาคม ๒๕๔๔ ย้ายที่ทำการมาที่เรือนอรุณ จัดพื้นที่ชั้นล่าง พร้อมหาอุปกรณ์ไว้สำหรับการฝึกอย่างเป็นระบบ ใช้ชื่อ “ห้องเล่นลูกรัก” หรือเรียกกันอีกชื่อหนึ่งติดปากกันว่า “ห้องโอ.ที.” (มาจาก Occupational Therapy) มีนักกิจกรรมบำบัดมาประจำคลินิกเป็นบางเวลา และมีผู้ปกครองอาสาผลัดเปลี่ยนเข้ามาช่วยทำกิจกรรมกับเด็กจนถึงเดือนเมษายน ๒๕๔๕
            ปัจจุบัน “ห้องเล่นลูกรัก” มีนักกิจกรรมบำบัดประจำเต็มเวลาเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ประเมิน ดูแลการผึก และพร้อมรับสมัครสมาชิกอย่างเป็นทางการ

วัตถุประสงค์

            ร่วมกับพ่อ – แม่ และครู ทำความเข้าใจเด็กซึ่งมีความแตกต่างรายบุคคล  จัดกิจกรรมการเล่นและการเคลื่อนไหวอย่างมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเด็กอย่างเป็นระบบ พาเด็กผ่านพ้นข้อจำกัดด้วยตนเอง เข้าสู่ทักษะการเรียนรู้และสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ

ลักษณะกิจกรรม

- ติดตามประเมินพัฒนาการเด็กเป็นรายบุคคล
- ฝึกฝนทักษะเด็กเป็นรายบุคคล หรือเป็นกลุ่ม
- การอบรมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการเล่น และการเคลื่อนไหวอย่างมีเป้าหมายให้กับครูและผู้ปกครอง
- คลินิกให้คำปรึกษาแก่ครูและผู้ปกครองในเรื่อง พัฒนาการ การเรียน การเลี้ยงดูโดยนักกิจกรรมบำบัด

- จัดการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของเด็กอย่างรอบด้านแก่ครู และผู้ปกครองที่สนใจ ทุกภาคการศึกษา 

 

  

 

ตารางเวลากิจกรรม

วันจันทร์ – ศุกร์
๐๘.๐๐น. - ๑๕.๓๐น. ประสานกับห้องเรียนฝึกทักษะเด็กตามโปรแกรมรายบุคคล หรือ รายกลุ่ม
วันเสาร์ – อาทิตย์
๐๙.๐๐น. - ๑๖.๐๐น. นักกิจกรรมบำบัดจัดโปรแกรมรายบุคคลแก่เด็ก  ตามความสมัครใจของผู้ปกครอง ตามความจำเป็นของเด็ก

 

การสมัครสมาชิกห้องเล่นลูกรัก

๑. ค่าสมาชิก ๕๐๐บาท / คน / ปีการศึกษา
๒. ค่าใช้จ่ายสำหรับสมาชิกที่ต้องได้รับการฝึกกิจกรรมบำบัดกับนักกิจกรรมบำบัด 
๕,๐๐๐บาท / คน / ภาคการศึกษา
๓. การฝึกนอกเวลา ค่าบริการครั้งละ ๕๐๐ บาท / คน
๔. การประเมินพัฒนาการในขั้นต้น หรือ ติดตามพัฒนาการ ค่าบริการครั้งละ๕๐๐บาท/คน