search 


 

นก

นก

ข้อมูลทั่วไป[แสดง]
ชื่อวิทยาศาสตร์ ' {{{binomial_authority}}}
ชื่อวิทยาศาสตร์ ' {{{binomial_authority}}}
สถานะอนุรักษ์ สถานะ : {{{status}}}
 

นก จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้น Aves (คำว่า Aves เป็นภาษาละติน หมายถึง นก) โดยมีลักษณะทั่วไปคือ เป็นสัตว์ทวิบาท เลือดอุ่น ออกลูกเป็นไข่ รยางค์คู่หน้าเปลี่ยนแปลงไปเป็นปีก มีขนนก และมีกระดูกที่กลวงเบา

ในปัจจุบันทั่วโลกมีนกอยู่ประมาณ 8,800 ถึง 9,800 ชนิด (ตามการจัดอนุกรมวิธานที่ต่างกัน) ซึ่งนับว่านกเป็นชั้นของสัตว์มีกระดูกสันหลังที่มีความหลากหลายมากที่สุด ในบรรดาชั้นของสัตว์มีกระดูกสันหลังทั้งหลายที่อาศัยอยู่บนพื้นดิน ความหลากหลายของนกนับเนื่องไปตั้งแต่ในเรื่องของขนาดตัว สีสัน เสียงร้อง อาหารการกิน และถิ่นที่อยู่อาศัย

นกเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญเป็นอันมากทั้งต่อระบบนิเวศและต่อชีวิตมนุษย์ ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับนกเป็นไปอย่างแน่นแฟ้น และการเกื้อกูลกันระหว่างนกกับสรรพสิ่งต่างๆ ตามธรรมชาติก็เป็นไปอย่างแนบแน่น ถ้าหากปราศจากนก คงเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการถึงการดำรงอยู่ต่อไปของชีวภาคใบนี้

 

 

 

 

ที่มา

 

 

 

 

ท่องเที่ยวดูนก
นกกระยาง
การดูนก เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้รัก ธรรมชาติทั้งหลาย โดยเริ่มต้นจากกลุ่มผู้สนใจชาวต่างประเทศที่ เดินทางมาดูนกในประเทศไทย เนื่องจากความหลากหลายของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นทุ่งนา ป่าเขา แม่น้ำ ลำธาร ชายฝั่งทะเล ห้วย หนอง คลอง บึง ล้วนเป็นที่อาศัยของนกมากมายหลายชนิด โดยเฉพาะอย่าง ยิ่ง ในเมืองไทยของเรา ซึ่งตั้งอยู่ในเขตร้อน ได้มีการสำรวจและพบ ว่า มีนกชนิดต่าง ๆ ที่อยู่ประจำถิ่นและอพยพเข้ามาตามฤดูกาลกว่า 900 ชนิด เปรียบเทียบแล้วมีมากกว่าทวีปยุโรป หรืออเมริกาเหนือทีเดียว

ไม่เพียงเพราะความสวยงามน่ารักเท่านั้น การดำรงชีวิตของนกเหล่านี้ ยังบอกให้เราทราบได้ถึงความอุดม สมบูรณ์ของธรรมชาติ และระบบนิเวศในพื้นที่นั้น ๆ

การนำเสนอกิจกรรมดูนกในแหล่งธรรมชาติมาเผยแพร่ครั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางหนึ่งสำหรับการท่องเที่ยวเชิง นิเวศ ที่จะสร้างความรักความหวงและห่วงใยธรรมชาติ ร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีให้คงอยู่ เพื่อการใช้ ประโยชน์ร่วมกันของทุกชีวิตบนผืนดิน อันจะนำไปสู่การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนตลอดไป

 ที่มา

http://www.moohin.com/activity/donok.shtml

 ข่าวล่าสุด
ค้นพบ Large-billed Reed Warbler ที่น้ำคำ


รายงานนก


นกพงปากยาว Large-billed Reed Warbler

 

ยังคงมีการค้นพบนกหายากหลากหลายชนิดในเขตพื้นที่อนุรักษ์นกน้ำคำ ของชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนาของเรา แต่ที่น่าตื่นเต้นและน่ายินดีที่สุดตอนนี้เห็นจะเป็นการค้นพบ นกพงปากยาว Large-billed Reed Warbler Acrocephalus orinus หลังจากการค้นพบครั้งแรกของประเทศไทยที่แหลมผักเบี้ยเมื่อ 2 ปีก่อน หลังจากที่เข้าใจว่าสูญพันธุ์ไปแล้วกว่า 139 ปี

 

นอกจากนี้ยังคงมีการพบนกพงหายากอีกหลายชนิดอยู่เนืองๆ เช่น นกพงนาพันธุ์หิมาลัย Paddyfield Reed Warbler และ Blyth's Reed Warbler รวมไปถึง นกคอทับทิมอกดำ ที่สามารถพบได้หลายครั้ง โดยไม่ต้องดักตาข่าย

 


นกพงนาพันธุ์หิมาลัย Paddyfield Reed Warbler


นกคอทับทิมอกดำ White-tailed Rubythroat

 ที่มา

http://lannabird.org/nuke/index.php

 

สิ่งที่คุณกำลังจะอ่านต่อไปนี้อาจจะช่วยชีวิตคุณได้

ถ้าคุณยังไม่ได้เป็นมังสวิรัติ คุณจำเป็นจะต้องอ่านบทความนี้เสียตอนนี้ ตอนที่เราเคยขอร้องคุณดีๆ คุณไม่ฟัง เราได้ใช้เวลาหลายปีเปิดเผยความโหดร้ายของโรงงานเพาะเลี้ยงสัตว์ และอันตรายจากการรับประทานเนื้อสัตว์ที่เต็มไปด้วยไขมัน คอเลสเตอรอล และยาต่างๆ เราได้อ้อนวอนขอความเมตตาจากคุณ แต่คุณไม่ใส่ใจมากพอที่จะเปลี่ยนมากินอาหารที่ปราศจากความโหดร้าย และพวกคุณส่วนมากเพิกเฉยต่อคำเตือนเกี่ยวกับโรคร้ายที่เกิดจากสัตว์ เช่น โรควัวบ้าและซาร์ส

ขณะนี้เราต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามตัวใหม่ นั่นคือ ไข้หวัดนก ซึ่งร้ายแรงจนทำให้โรควัวบ้าและซาร์สต้องกลายเป็นไข้หวัดเด็กๆไปเลย องค์การอนามัยโลกเตือนว่า ไวรัสมรณะ H5N1 ที่เป็นสาเหตุของโรคไข้หวัดนกมีแนวโน้มจะกลายพันธุ์ ทำให้ติดต่อจากคนไปสู่คน ได้อย่างง่ายดาย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง คนเราจะไม่มีภูมิคุ้มกันโรคต่อเชื้อโรคใหม่นี้ และเราจะต้องเผชิญกับโรคที่จะระบาดไปทั่วโลก ซึ่งจะทำให้มีคนตายโดยประมาณอย่างมองโลกในแง่ดี ว่าคงจะมากกว่า 7 ล้านคน แต่ผู้เชี่ยวชาญอีกบางสายเกรงว่าจำนวนผู้ตายอาจมากถึงพันล้านคน และจะเกิดโกลาหลไปทั่ว เมื่อผู้คนพากันล้มป่วยจนไม่สามารถทำงานได้ ทำให้ร้านค้า สำนักงาน และโรงเรียนต้องปิดตัวลง และอาจจะมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลไม่พอที่จะดูแลผู้ป่วย หรือมีสัปเหร่อไม่พอที่จะฝังศพคนตาย

เพราะเหตุใดเราจึงต้องเผชิญกับภัยคุกคามร้ายแรงนี้ ? ก็เพราะว่า ทุกครั้ง ที่คุณซื้อไก่ทอดชามหนึ่ง ทุกครั้ง ที่คุณกินไข่ ทุกครั้ง ที่คุณเลือกที่จะกินผลิตผลใดๆ จากสัตว์ ก็เท่ากับคุณสนับสนุนอุตสาหกรรมการทำปศุสัตว์และนำพาโลกเข้าไปใกล้หายนะอีกก้าวหนึ่ง

ข้อเท็จจริงก็คือ โรคไข้หวัดนกจะไม่มีวันเกิดขึ้นถ้ามนุษย์ไม่เพาะพันธุ์ให้นกหรือไก่เกิดขึ้นมาเพียงเพื่อจะฆ่ากิน ประวัติศาสตร์สอนเราว่าโรคระบาดทุกโรคที่เกิดขึ้นภายในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาได้เกิดขึ้นเพราะการทำปศุสัตว์
คลิกที่ี่นี่เพื่ออ่านเกี่ยวกับโรคไข้หวัดระบาดที่เริ่มในฟาร์มสัตว์ปีก

แม้เราจะมีความก้าวหน้าอย่างยิ่งทางด้านการแพทย์ เราก็ยังไม่สามารถพึ่งพายาว่าจะสามารถคุ้มครองเราได้ นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าจะไม่มีวัคซีนใช้เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน หลังจากการระบาดของไข้หวัดนก พวกเขาเชื่ออีกด้วยว่า H5N1 สามารถต้านทานยาฆ่าเชื้อไวรัสบางชนิดได้ ในขณะที่ยาที่รักษาโรคได้จะขาดตลาด

ภัยคุกคามนี้ร้ายแรงแค่ไหน ? H5N1 เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศฮ่องกงในปี 1997 และแพร่กระจายไปที่เกาหลีใต้ เวียดนาม ญี่ปุ่น ไทย กัมพูชา ลาว อินโดนีเซีย จีน มาเลเซีย รัสเซีย คาซัคสถาน มองโกเลีย ตุรกี โรมาเนีย โครเอเชีย และอังกฤษ เพื่อนบ้านของคุณอาจเป็นรายต่อไป ! จนถึงขณะนี้ผู้คนมากกว่า 120 คนทั่วโลกได้เป็นโรคติดต่อร้ายแรงนี้ และครึ่งหนึ่งของผู้คนเหล่านี้ได้ตายไปแล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อชื่อ โรเบิร์ต เว็บสเตอร์ และ ไดแอน ฮัลส์ เขียนในนิตยสารวิทยาศาสตร์ชื่อ "เนเจอร์" ว่า "เรารู้ว่าโรคไข้หวัดจะเกิดระบาดขึ้น แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่"

คุณนั่นแหละตัวการ ในทุกอย่างที่ชาวไร่ทำเพื่อที่จะผลิตเนื้อสัตว์ ไข่ และผลิตผลอื่นๆ จากสัตว์มาให้คุณกิน ไก่ในโรงงานเพาะเลี้ยงโดยทั่วๆไปแต่ละโรง เลี้ยงไก่ไว้เป็นหมื่นๆตัว พวกมันถูกขังเบียดเสียดปะปนกับสิ่งปฏิกูลของพวกมันเอง และไม่เคยได้ออกไปข้างนอก เชื้อโรคแพร่กระจายถึงกันอย่างรวดเร็วในสภาพที่น่าสะอิดสะเอียน เพราะไก่เหล่านั้นอยู่อาศัยในสิ่งปฏิกูลของตัวเองตั้งแต่เกิดจนตาย และแม่ไก่ที่ออกไข่ถูกขังไว้ในกรงที่ซ้อนทับกันหลายชั้น สิ่งโสโครกของพวกมันจึงร่วงลงไปสู่ไก่ในกรงข้างล่าง อากาศในโรงเลี้ยงเหล่านี้สกปรกไปด้วยแอมโมเนีย และฝุ่นจนถึงขั้นที่ทำให้ตาและคอหอยของไก่เหล่านี้อักเสบ นับว่าเป็นสถานที่เพาะเชื้อพาโทเจน ด็อกเตอร์ฮันส์ แกร์ฮาร์ด แวกเนอร์ เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการผลิตสัตว์เพื่อเป็นสินค้าและอนามัยสัตว์ องค์กรอาหารและเกษตรของสหประชาชาติได้ยอมรับบทบาทของการทำฟาร์มสัตว์แบบอุตสาหกรรมที่เร่งรัดในการทำให้เกิด "โอกาสที่จะเกิดโรคชนิดใหม่ๆ" ขึ้น

เมื่อมีการสงสัยว่าเกิดไข้หวัดนกขึ้นในฟาร์มแห่งใด ผลที่ตามมาก็คือการสังหารหมู่ คุณ ในฐานะที่เป็นผู้บริโภค ต้องถือว่ามีส่วนเป็นตัวการที่ทำให้เกิดการฆ่าไก่ด้วยวิธีการที่โหดร้ายเกินกว่าจะนึกถึง ไก่หลายตัวถูกเผาจนตายหรือไม่ก็ถูกฝังทั้งเป็นเมื่อเกิดการระบาดของโรคนี้

เมื่อเกิดการตื่นตระหนกกลัวไข้หวัดนกระบาด แต่ละคนที่เลิกกินผลิตผลจากสัตว์ ถือได้ว่าช่วยลดความเสี่ยงที่จะทำให้โรคนี้ระบาดในอัตราสูงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สั่งชุด เริ่มต้นเป็นมังสวิรัิติ ฟรี แล้วคุณจะได้รับข้อมูลที่จะสามารถช่วยชีวิตของคุณ ครอบครัวของคุณ และโลกทั้งใบ

ทำหน้าที่ของคุณเสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่จะไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับผลที่จะตามมาในวันพรุ่งนี้

ที่มา

http://www.avianflu.in.th/index-th.asp

Thailand Web Stat

 

นกประจำชาติไทย

 

ไก่ฟ้าพญาลอ (Siamese Fireback)


ชื่อสามัญ : Siamese fireback pheasant 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lophura diardi 

 

ลักษณะ  เป็นนกในวงศ์ไก่ฟ้าและนกกระทา (Phasianidae) เป็นไก่ฟ้าที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ความยาววัดจาก จงอยปากถึงปลายหางยาว 24-32 นิ้ว (หากรวมหางตัวผู้จะยาวเพิ่มอีกประมาณ 14 นิ้ว) ลักษณะคล้ายไก่  

รูปร่างผอมบางกว่าไก่ฟ้าชนิดอื่น ปีกกว้างสั้น บินได้แข็งแต่มักบินในระยะใกล้ๆ เท่านั้น  

เพศผู้ ขาและบริเวณใบหน้ามีสีแดง เพศผู้มีขนหัวสีดำและมีขนเป็นพู่สีดำยื่นออกมาและโค้งไปข้างหลัง  และจะตั้งชันเมื่อตกใจหรือเกี้ยวพาราสีตัวเมีย บริเวณลำตัวด้านบนตอนท้ายมีเนื้อแกมทอง ขนหางมีสีดำเหลือบเขียว คอและอกมีสีเทา มีเดือยยาวและแหลมคม  

เพศเมีย มีขนหัวคอและคอหอยสีน้ำตาล บริเวณลำตัวทางด้านบนตอนหน้าและตอนล่าง ลำตัวมีสีน้ำตาลแกมแดงบริเวณท้องลายคล้ายเกล็ดสีขา ปีกสีดำไม่มีเดือย 

 


 
ถิ่นที่อยู่  ชอบอาศัยอยู่ในป่าดงดิบแล้งที่ราบต่ำและโปร่งซึ่งมีไผ่ขึ้นหนาแน่น ที่ระดับความสูงไม่เกิน 800 เมตร จากระดับน้ำทะเล พบการกระจายพันธุ์ในเวียดนาม ตอนใต้ของลาว ตอนเหนือของกัมพูชา 

ส่วนในประเทศไทยพบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก เช่นที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเมี่ยง - ภูทอง อุทยาน แห่งชาติทุ่งแสวงหลวง อุทยานแห่งชาติทับลาน และอุทยานแห่งชาติ และอุทยานแห่งชาติเขาสระบาป 

ตัวผู้ชอบอยู่โดดเดี่ยว ส่วนตัวเมียอาจพบเป็นคู่หรือเป็นครอบครัว

ออกหากินเวลากลางวัน โดยเดินคุ้ยเขี่ยหาอาหารบนพื้นดินแล้วใช้ปากจิกกิน อาหารส่วนใหญ่เป็นสัตว์ขนาดเล็ก เช่น หนอน แมลง และปลวก มีพียงส่วนน้อยที่เป็นพืช เช่น เมล็ดหญ้า เมล็ดพืช และผลไม้สุกที่หล่นจากต้น นอกจากนี้ยังชอบกินขุยไผ่และลูกไทรด้วย 

ไก่ฟ้าพญาลอ มีนิสัยป้องกันอาณาเขตโดยเฉพาะแหล่งหากินอีกทั้งยังป้องกันคู่ผสมพันธุ์และครอบครัว มักจับคู่ผสมพันธุ์แบบผัวเดียวเมียเดียวในช่วงต้นฤดูร้อน ประมาณเดือนเมษายน-พฤษภาคม ทำรังด้วยการขุดดินเป็นแอ่งเล็กๆ ตามซุ้มกอหญ้ากอไผ่ที่รกทึบ ออกไข่ครั้งละ 4-8 ฟอง ใช้เวลาฟักไข่ 23-25 วัน 

ที่มา

http://www.banfun.com/thai/thai-siamese.html