ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิพัดถล่มประเทศแถบมหาสมุทรอินเดียเมื่อเดือนธันวาคม 2547 ซึ่ง 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทยก็ประสบปัญหา ด้วยเช่นกันนั้น เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2549 อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ บิล คลินตัน ในฐานะทูตพิเศษองค์กรสหประชาชาติเพื่อการฟื้นฟูภัยภิบัติสึนามิ ที่ได้เดินทางมาดูพื้นที่ประสบภัยที่ จ.ภูเก็ต และพังงงา และได้ให้ความสนใจเรื่องป่าชายเลนที่มีบทบาทในการป้องกันพื้นที่บางจุดไม่ให้ได้รับผลกระทบ จนได้เริ่มจัดตั้งโครงการป่าชายเลนเพื่ออนาคต หรือ Mangrove for the future (MFF) ขึ้น ด้วยการระดมทุนเข้ามาช่วยเหลือใน 6 ประเทศที่ค่อนข้างได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสึนามิ ได้แก่ อินเดีย มัลดีฟ เชย์เซล ศรีลังกา อินโดนีเชีย และประเทศไทย โดยโครงการในช่วงปี 2550-2552 ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจำนวน 12 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก นอร์เวย์ สวีเดน เยอรมัน ออสเตรเลีย โครงการเพื่อการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และ องค์การสิ่งแวดล้อมโลก (UNEP) เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลไทยมีการจัดทำแผนฟื้นฟูป่าชายเลนโดยเน้นการมีส่วน ร่วมของชุมชนชายฝั่งมาตลอด ทำให้ขณะนี้ไทยได้รับการคัดเลือกจากองค์การสหภาพสกลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN) และ สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องในการจัดทำยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการการจัดการ พื้นที่ชายฝั่งทะเลภายใต้โครงการป่าชายเลนเพื่ออนาคต เพื่อการฟื้นฟูป่าชายเลนชายฝั่งอันดามัน ได้แก่ โครงการ "การใช้หลักนิเวศวิทยาและด้านเศรษฐกิจสังคม ในการฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งและการอนุรักษ์พื้นที่ประสบภัยสึนามิของประเทศในมหาสมุทรอินเดีย" (โครงการ BMZ) ที่ดำเนินการในพื้นที่ตัวอย่าง ในเขต จ.พังงา และระนอง นอกจากนี้โครงการป่าชายเลนเพื่ออนาคตนี้จะช่วยส่งเสริมด้านการลงทุนและการดำเนินการใดๆ เพื่ออนุรักษ์ระบบนิเวศชายฝั่ง โดยจะมีการให้ทุนสองประเภท คือ ทุนโครงการขนาดเล็ก งบประมาณสูงสุดที่จะให้การสนับสนุนได้คือ 25,000 เหรียญสหรัฐต่อโครงการ และทุนโครงการขนาดใหญ่ งบประมาณสูงสุดที่จะให้การสนับสนุนได้คือ 300,000 เหรียญสหรัฐต่อโครงการ ภายใต้โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ คือ การเพิ่มความเข้มแข็งด้านความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาชายฝั่ง และส่งเสริมการลงทุนและความพยายามในการจัดการระบบนิเวศชายฝั่ง โดยโครงการ MFF ในระดับภูมิภาคจะอยู่ภายใต้คำแนะนำของคณะกรรมการระดับภูมิภาค (Regional Steering Committee) ซึ่งมีประธานร่วมจาก IUCN และ UNDP คณะกรรมการประกอบได้ด้วยผู้แทนรัฐบาลจากแต่ละประเทศ หน่วยงานขององค์การสหประชาชาติ องค์กรเอกชนอิสระและผู้ที่ได้รับมอบหมายในแต่ละภูมิภาค ส่วนในระดับชาตินั้น แต่ละประเทศได้แต่งตั้งคณะกรรมการประสานความร่วมมือระดับชาติด้านป่าชายเลน (NCB) โดยประเทศไทยได้ประกอบไปด้วยสมาชิก 26 คน ซึ่งเป็นตัวแทนรัฐบาลและองค์กรเอกชนอิสระ โดยมีอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (DMCR) เป็นประธาน คณะกรรมการดังกล่าวจะรับผิดชอบในการชี้แนะและประสานงานการดำเนินการโครงการ (MFF) ในระดับประเทศ
(ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาได้จากเวปไซด์ http://www.mangrovesforthefuture.org/ ) |

