ธรรมะ - ทำเว็บ

เสียดาย คน(ฆ่าตัว)ตายไม่ได้อ่าน

โพสต์27 ส.ค. 2551, 22:46โดยพระมหานัธนิติ สุมโน   [ อัปเดต 27 ส.ค. 2551, 22:48 ]

"กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ"

"การได้เกิดเป็นมนุษย์ยากนัก"

เป็นพระพุทธพจน์ที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทรงแสดงไว้ครับ  เราลองมาพิจารณาดูว่าการได้เกิดเป็นมนุษย์ยากจริงหรือไม่  เฉพาะแค่ในประเทศไทยเราก็พอ จำนวนประชากรไทย วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ ตามที่ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ระบุว่า มีทั้งหมด ๖๓,๐๓๘,๒๔๗ คน อยู่กันในพื้นที่ ๓๒๐ ล้านกับอีก ๗ แสนกว่าไร่ เฉลียแล้ว ในพื้นที่ ๕ ไร่ จะมีมนุษย์อยู่ ๑ คน   ในพื้นที่ ๕ ไร่ มีสัตว์อยู่เท่าไร ไม่ต้องคิด ดูง่าย ๆ แค่ในห้องนอนเราก็พอแล้วครับ ในห้องนอนเรามียุงกี่ตัว มีจิ้งจก แมลงสาบ กี่ตัว ( ห้องนอนหรือสวนสัตว์ ? ) ในพื้นที่เท่า ๆ กัน สัตว์เดรัจฉานมีจำนวนมากกว่ามนุษย์นัก เ่ท่านี้ก็คงจะพอเทียบให้เห็นได้ว่า สิ่งมีชีวิตบนโลกนั้นย่อมมีสัตว์มากกว่ามนุษย์แน่นอน

 หรือจะพิจารณาจากกำเนิดของสัตว์ก็ได้ สัตว์ทั้งปวง หมายถึงทั้งหมดจริง รวมมนุษย์ สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย สัตว์นรก เทวดา มาร พรหม ทุกอย่าง รวมแล้วมีการเกิดได้ ๔ อย่างด้วยกัน คือ เกิดในครรภ์ เช่นมนุษย์ เกิดในไข่ เช่น ไก่ เป็ด เกิดในเถ้าไคลสิ่งสกปรก เช่นหนอน และผุดเกิดขึ้น เช่น เทวดา และสัตว์นรก  มนุษย์เรานี้เป็นแค่เสี้ยวหนึ่งของสัตว์ในกำเนิดทั้ง ๔ อย่าง

ลองมาคิดค่าความน่าจะเป็นดูเล่น ๆ ถ้าสมมติให้สัตว์ที่เกิดในกำเนิดทั้ง ๔ มีปริมาณอย่างละเท่า ๆ กัน เฉพาะแค่ได้เกิดในครรภ์ ซึ่งรวมไปถึงสัตว์เดรัจฉานด้วยแล้ว ก็ได้แค่ ๑ ใน ๔  หรือร้อยละ ๒๕ เท่านั้น ยังไม่ได้แบ่งย่อย ๆ อีกว่า ในบรรดาสัตว์ที่เกิดในครรภ์ มีที่จะเกิดเป็นมนุษย์ได้สักเท่าไหร่กัน ดังนั้นการเกิดเป็นมนุษย์จึงยากแสนยากอยางที่พระองค์ตรัสไว้จริง ๆ ด้วย

การที่จิตดวงใดจะได้มาเกิดเป็นมนุษย์ หรือสัตว์อื่น ๆ นั้น จำแนกด้วยกรรม ที่ได้กระทำมา กว่าจะเกิดเป็นมนุษย์ได้นั้น อย่างน้อยต้องเป็นผู้ไม่ดุร้าย ไม่มือไว ไม่ใจเร็ว ไม่พูดปด ไม่หมดสติ หรือในทางศาสนาพุทธเรียกว่าตั้งตนอยู่ในศีล ๕ ( ไม่ว่ามีศาสนาพุทธหรือไม่ก็ตาม ถ้าปฏิบัติตนตามนี้ก็จัดว่าเข้าข่ายครับ ) รวม ๆ ก็คือว่าได้เป็นมนุษย์นี่ก็ต้องอาศัยบุญโขอยู่แล้ว

เป็นมนุษย์ดีอย่างไร? ดีกว่าเป็นสัตว์หลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะโอกาสในการปฏิบัติขัดเกลาให้พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด  ยกตัวอย่างเช่น ดีกว่าสัตว์นรก พวกนี้ไม่มีเวลาขัดเกลา เพราะต้องรับโทษทัณฑ์อยู่ตลอดเวลา ดีกว่าเปรต เพราะเปรตหิวโหยตลอดเวลา ดีกว่าสัตว์เดรัจฉาน เพราะพวกมันไม่รู้จักการขัดเกลา อาศัยอยู่ด้วยสัญชาตญาน ดีกว่าเทวดา เพราะเทวดาเสพกามคุณอันเป็นทิพย์ หลงติดอยู่ได้ง่ายกว่า เป็นต้น มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีอยู่กลาง ๆ ระหว่างสัตว์นรก กับ เทวดา มีความรู้สึกสุข ทุกข์ ให้เห็น ให้พิจารณา เป็นระยะ ๆ ถ้าทุกข์ตลอด อย่างสัตว์นรก ก็ไม่รู้จักสุข ไม่มีโอกาสได้หาความสุขแท้  เทวดา ไม่ค่อยเห็นทุกข์ แุุถมอายุยืนด้วย ไม่ค่อยเห็นความไม่เที่ยง เป็นมนุษย์ เดี๋ยวทุกข์ เดี๋ยวสุข พอให้มีข้อเปรียบเทียบว่าสุขเป็นอย่างไร ทุกข์เป็นอย่างไร มีอายุไม่มากเท่าไร พอให้เห็นความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ได้ชัดเจน จึงมีโอกาสที่จะเข้าถึงธรรมที่พระศาสดาทรงนำมาสอน มีโอกาสที่จะเห็นอนิจจัง ความไม่เที่ยง ทุกขัง ความทุกข์ และอนัตตา ความไม่ใช่ตัวตน ที่จะทำให้พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ และได้ง่ายกว่าสัตว์อื่น ๆ

อย่างที่บอกว่ามนุษย์เห็นทุกข์ได้ง่ายกว่าเทวดา ทำให้หลาย ๆ คน ต้องประสบกับความทุกข์กาย หรือทุกข์ใจบางอย่างที่คิดว่าหนักหนาสาหัสเหลือเกิน ไม่สามารถจะทนอยู่ต่อไปได้ คิดหาทางพ้นจากทุกข์ด้วยการ ฆ่าตัวตาย โดยเข้าใจว่า การฆ่าต้วตายนั้นจะทำให้พ้นทุกข์ แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย  ในการเวียนว่ายตายเกิด สิ่งที่จะกำหนดว่าตายแล้วไปไหน ก็คือ จิต ดังที่พระพุทธองค์ทรงสอนว่า "จิตฺเต สงฺกิลิฏฺเฐ ทุคติ ปาฏิกงฺขา" "เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็นอันหวังได้" "จิตฺเต อสงฺกิลิฏฺเฐ สุคติ ปาฏิกงฺขา" "เมื่อจิตไม่เศร้าหมองแล้ว สุคติเป็นอันหวังได้" ทุคติ คือไปชั่ว ไปเป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน สุคติ คือไปดี ไปเป็นมนุษย์ เทวดา พรหม จนกระทั้งนิพพาน

คนที่ฆ่าตัวตายนั้น มีจิตเศร้าหมองทุกคนครับ เศร้าหมองด้วยกิเลสใหญ่ อย่างน้อย ๒ ตัว  ตัวแรกคือ โมหะ ความหลง ไม่รู้จริง คิดคาดเดาไปข้างหน้า ประสบกับเหตุการณ์อะไรสักอย่าง ก็มาคิดต่อไปข้างหน้าว่าต้องเป็นอย่างโน้น เป็นอย่างนี้ ยิ่งเหตุการณ์ที่เป็นปัญหาแล้วยิ่งคิดไปว่าต่อไปปัญหาต้องคงอยู่ หรือ ต้องเพิ่มขึ้น วนเวียนหลงคิด หลงคาดเดาอยู่อย่างนี้ ไม่เห็นความจริงว่า ปัญหาทุกอย่างเป็นอนิจจัง คือ ไม่เที่ยง เกิดขึ้นแล้ว ไม่อยู่คงที่ อาจเพิ่มขึ้นได้ ลดลงได้ แต่ที่สุดก็ต้องหมดไป คิดแต่ว่าปัญหานั้นแก้ไม่ได้ ทำให้เกิดกิเลสอีกตัวคือโทสะ คิดประทุษร้ายตัวเอง โกรธตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธสังคม โกรธไปหมด โกรธจนกระทั่งสามารถทำลายตัวเองได้

โมหะ นำไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ส่วนโทสะนำไปเกิดเป็นสัตว์นรกครับ ภูมิของสัตว์เดรัจฉานก็ดี ของสัตว์นรกก็ดี เป็นภูมิที่ต้องอยู่ในภพที่ลำบากกว่ามนุษย์มากมายนัก ซึ่งคงจะไม่อธิบายในคราวนี้ก่อน เพียงแต่อยากจะให้เป็นข้อมูลเบื้องต้นไว้ก่อนการตัดสินใจ

ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจครับ ว่าจะอยู่สู้ชีวิตต่อไป หรือจะเสี่ยงฆ่าตัวตายให้พ้นปัญหาปัจจุบัน แต่ก็เหมือนการตัดสินใจเรื่องสำคัญ ๆ ทุก ๆ เรื่อง ที่สมควรจะต้องมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้มากที่สุด ได้แต่หวังว่าผู้ที่คิดจะฆ่าตัวตาย ถ้าได้อ่านเรื่องนี้แล้วจะได้ข้อมูลบ้าง ส่วนจะตัดสินใจอย่างไรนั้นตามสบายครับ ขอยืมสำนวนของท่าน Dhammasarokikku แห่ง blog บินเดี่ยว : การผจญภัยในผ้าเหลือง ที่ว่า ขนาดพ่อ ( พระพุทธเจ้า ) ยังทรงว่าพระองค์เป็นเพียงผู้บอกทางเท่านั้น ( อกฺขาตาโร ตถาคตา - ตถาคตเป็นผู้บอกทางเท่านั้น ) แล้วลูกกระจ๊อกอย่างเราคงได้เท่านี้เองครับ

บุญรักษาครับ

๒๘ ส.ค. ๒๕๕๑

๑๒.๔๓ น.