ธรรมะ - ทำเว็บ

ก่อนจะทำเว็บ

โพสต์‎‎19 ส.ค. 2551, 23:59‎‎โดยพระมหานัธนิติ สุมโน   [ อัปเดต ‎‎20 ส.ค. 2551, 0:05‎‎ ]
     ทำไมต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ?

     เป็นคำถามแรกสุด ที่เราต้องถามตัวเองก่อน  และก่อนที่จะตอบตัวเองนั้น เราต้องรู้

ก่อนว่าเว็บไซต์คืออะไร  เว็บไซต์ เปรียบได้เหมือนกับเอกสารหน้าเดียว หรือ หลาย ๆ

หน้าที่นำมารวมกัน แล้วนำไปไว้บนโลกอินเตอร์เนท โดยมีชื่อเฉพาะของเอกสารแต่ละ

หน้าที่เรียกว่า URL ทีนี้ถ้าใครรู้ URL ก็จะสามารถเปิดดูเอกสารหน้านั้น ๆ ได้ ถ้าผู้เป็น

เจ้าของอนุญาต  ในเมื่อเว็บไซต์เหมือนกับเอกสารปึกหนึ่ง ดังนั้น เว็บไซต์จึงทำหน้าที่

ได้เหมือนกับเอกสาร คือ ใส่ข้อความไว้ให้ผู้ที่เปิดได้อ่านกัน นี่เป็นพื้นฐานที่สุด  แต่ที่

พิเศษกว่าเอกสารคือ นอกจากข้อความ รูปภาพ แล้ว เรายังสามารถใส่อย่างอื่น เช่น ไฟล์

เสียง ไฟล์วีดีโอ เป็นต้น ลงในแต่ละหน้าของเอกสารได้ เท่านั้นยังไม่พอ เรายังสามารถ

ทำให้ผู้อ่านสามารถส่งข้อมูลกลับมาหาเราได้ และ สามารถทำจุดเชื่อมโยงไปหาเอกสาร

หน้าอื่น ๆ หรือปึกอื่น ๆ ได้ด้วย


     สรุปได้ว่าเว็บไซต์ ทำหน้าที่ ๓ อย่างด้วยกัน คือ ๑ ส่งข้อมูลให้ผู้อื่น ๒ ให้ผู้อื่นส่ง

ข้อมูลกลับมา ๓ เชื่อมโยงไปยังข้อมูลอื่น ๆ ดังนั้น ถ้าเราต้องการ ๑ ใน ๓ อย่างที่กล่าว

มาบนโลกอินเตอร์เนท ก็ถึงเวลาที่จะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้แล้วครับ


     แล้วเราจะมีเว็บไซต์ได้อย่างไร  สมัยนี้ง่ายมาก ๆ  บริการ blog หรือ web diary ต่าง ๆ

มีมากมาย  blog ก็จัดเป็นเว็บไซต์เหมือนกัน เพียงแต่เราอาจจะไม่สามารถกำหนดรูป

แบบเองได้มากมายนัก ต้องใช้รูปแบบที่ผู้ให้บริการกำหนดมา แต่ก็ตอบโจทย์ของผู้ที่

ต้องการมีเว็บไซต์ส่วนตัว ไว้ขีด ๆ เขียน ๆ แทน diary กระดาษ และให้ผู้อื่นได้อ่าน

ได้แสดงความเห็น และอาจทำ link ไปหาข้อมูลที่เราสนใจ เท่านี้ก็ครบ ๓ หน้าที่แล้ว

แต่ถ้าเป็นองค์กรธุรกิจ หรือ หน่วยงานต่าง ๆ การใช้ blog อาจไม่เหมาะสมนัก ต้อง

ลองวิธีอื่น


     บริการเว็บไซต์ฟรี เดี๋ยวนี้มีเยอะแยะครับ ที่ให้บริการเว็บไซต์ฟรี คือให้บริการ

พื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนอินเตอร์เนทฟรี และยังให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูป   หรือจะ

เรียกว่ากึ่งสำเร็จรูปดี เพราะเรามีหน้าที่แค่หาข้อมูลใส่เข้าไปในหน้าต่าง ๆ ของ

เว็บไซต์ เท่านั้นเอง ไม่ต้องมีความรู้ ด้านคอมพิวเตอร์มากมาย แค่พอใช้อินเตอร์เนท

เป็น ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ได้ อย่างที่ใจปรารถนา  แต่ว่าของฟรีไม่มีในโลก ที่หน้า

เว็บไซต์อาจมีโฆษณาแถมมาด้วย ก็เป็นการหารายได้ของผู้ให้บริการ ถ้าเขาไม่มี

รายได้มาจุนเจือ อาจต้องเลิกให้บริการฟรี เราก็แย่ซิครับ


     ถ้าต้องการอย่างมืออาชีพกว่านั้น ต้องเขียนเว็บขึ้นเองแล้วครับ เขียนเองหมายถึง

เขียนด้วยตัวเอง หรือ จ้างเขาเขียนให้ก็ได้ เขียนเสร็จแล้ว ต้องหาผู้ให้บริการฝาก

เว็บไซต์ของเราบนอินเตอร์เนท ( host ) วิธีสุดท้ายนี้ มีข้อดีคือ เราสามารถ มีเว็บไซต์

ตามแบบที่เราต้องการจริง ๆ ไม่ต้องอาศัยรูปแบบ หรือ template ที่คนอื่นทำไว้อย่าง

ใน ๒ วิธีแรก


     ขอตัด วิธีที่ ๑ คือ blog และวิธีที่ ๓ คือเขียนเว็บไซต์เองเสีย มาดูกันเฉพาะวิธีที่ ๒

ดีกว่า เพราะว่าเป็นวิธีที่ ลงทุนน้อย และให้ผลได้น่าพอใจ  การจะทำให้เว็บไซต์ฟรี

มีหน้าตาสวยสดงดงามนั้น ต้องพอมีความรู้ด้านภาษาคอมพิวเตอร์บ้างพอสมควร

ไม่ต้องมากมาย ประมาณ html นิด css หน่อย java เล็กน้อย เท่านี้เราก็สามารถตกแต่ง

หน้าเว็บไซต์ของเราได้แล้วละครับ   แต่ถ้าเราไม่เป็นเลยละ  ไม่ยากครับ ความรู้

เหล่านี้ มีอยู่บนอินเตอร์เนทเต็มไปหมด ค้นหาด้วย google ก็เจอได้ง่าย ๆ ที่อาจจะ

ยากคือ ยากเพราะว่าเยอะไปหมดจนตาลาย   ที่สำคัญคือ ต้องมี ฉันทะ ความพอใจ

ยินดี ในการจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองก่อน ถ้าประเภท มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ ทำได้หน่อย

ก็เบื่อ ก็เลิกแล้วละครับ    พอใจแล้วต้องมีวิริยะ ความเพียรด้วย  มือใหม่ไม่มีความ

เพียรละก็ล้มไม่เป็นท่า มือเก๋า ๆ อาจจะเขียน code ชั่วโมงเดียวเสร็จ ส่วนมือใหม่

๗ วันยังไม่ถึงไหน ต้องพยายามเยอะ ๆ ประสบการณ์มากเมื่อไรก็เก่งเองครับ

ต้องมีจิตตะ เอาใจใส่ด้วย ไม่ใช่ทำทิ้งทำขว้าง มีอารมณ์ก็ทำ ติสท์ขึ้นก็ทำ อย่างนี้

สำเร็จยาก และสุดท้ายต้องมีวิมังสา แสวงหาวิธีการ มือใหม่ต้องลองผิดลองถูก

เยอะ ๆ เขียน code อย่างนี้ ผลเป็นอย่างไร แก้นู่นนิด นี่หน่อย คอยสังเกตความ

เปลี่ยนแปลง ลองไปเรื่อย ๆ จนเกิดความชำนาญนั่นแหละครับ


     ขอยกตัวเองเป็นตัวอย่างแล้วกันนะครับ  ความรู้คอมพิวเตอร์แค่พอใช้โปรแกรม

ประยุกต์เช่น word  excel ได้ ( ไม่คล่อง ) แต่อาศัยว่ามี ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา

มาประชุมรวมกันครบ ก็ทำเว็บไซต์ได้กับเขาเหมือนกัน


     เริ่มแรกประมาณ เกือบ ๆ ปีมาแล้ว คิดมุ่งมั่นว่าอยากทำเว็บไซต์ถวายวัด

แต่ไม่มีความรู้ ไม่มีโอกาสออกไปเรียนด้วย เครื่องมือ ก็มีแค่ คอมฯ ๑ เครื่อง

โทรศัพท์มือถือ ที่ถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ และบันทึกเสียงได้ พร้อมกับอินเตอร์เนทความ

เร็วสูง  แค่นั้นเอง มีแค่นั้นจริง ๆ  เริ่มต้นด้วยการสร้าง blog ก่อน ปัจจุบันก็ยังอยู่

ลองเข้าไปดูได้ที่ http://maha-oath.spaces.live.com ทำไปก็หาความรู้ไป space ไหน

สอนเทคนิค ก็เข้าไปดู ไปเรียนรู้ หรืออันไหนที่ไม่มีใครสอนก็ใช้ลักจำเอา ด้วย

เทคนิคคือ การเปิดดู source code แล้ว copy ส่วนที่สนใจ นำมาแก้ไข ลองหัดแก้

ไขค่าต่าง ๆ ใน notepad แล้ว save เป็น html เพื่อเปิดดูผล ใน browser ใช้ได้ก็เก็บ

ไว้เป็นตัวอย่ง ใช้ไม่ได้ก็ลบทิ้งไป  ทำอย่างนี้อยู่ครึ่งปี เริ่มขยับหาเว็บไซต์จริง ๆ

เป็น เว็บไซต์สำเร็จรูป คือที่ http://igetweb.com จึงได้สมัคร และสร้างเว็บไซต์

ของวัดขึ้น http://watyaichaimongkol.net งานนี้สร้างฟรีก่อน แต่เมื่อรู้สึกว่านี่แหละ

เว็บนี้แหละ สามารถเป็นเว็บไซต์ทางการของวัดได้ จึงตัดสินใจ เช่าชื่อ จด domain

( คือชื่อ URL ของเว็บไซต์ ) http://watyaichaimongkol.net และ upgrade ขึ้นจาก

ฟรีเป็นเสียเงิน เพื่อให้ได้ที่จัดเก็บ และคุณลักษณะเพิ่มขึ้น ไป ๆ มา ๆ จากไม่เป็น

เลย ตอนนี้ก็ยังไม่เก่ง แต่พอทำได้บ้าง  ก็ปรากฏว่ามีเว็บไซต์นู้น เว็บไซต์นี้ รุงรัง

ไปหมด นับแล้วก็ได้ ๕ แห่งด้วยกันคือ

     http://maha-oath.spaces.live.com
     http://watyaichaimongkol.net
     http://puresed.igetweb.com
     http://mahaoath.googlepages.com ( ไม่ใช้งานนานแล้ว )
     http://sites.google.com/site/mahaoath

ยังไม่นับรวม เว็บบอร์ด อีก ๒ บอร์ด คือ

     http://puresed.invisionplus.net
     http://mahaoath.invisionplus.net

     ขอเป็นกำลังใจ ให้กับมือใหม่หัดมีเว็บทุกคนนะครับ หากมีอะไรที่อยากรู้ หรือ

อยากได้คำแนะนำ ละก็ ไป post ไว้ที่เว็บบอร์ดนะ


     แล้วไว้เก่งเมื่อไร เราค่อยเขียนเว็บเองกันนะ


     บุญรักษาครับ
     ๒๐ ส.ค. ๒๕๕๑
     ๑๓.๕๕ น.

     แนะนำผู้ให้บริการเว็บไซต์กึ่งสำเร็จรูปฟรี

     http://igetweb.com
     http://sites.google.com
     http://invisionplus.net   ( webboard )