| ทำไมต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ? เป็นคำถามแรกสุด ที่เราต้องถามตัวเองก่อน และก่อนที่จะตอบตัวเองนั้น เราต้องรู้ ก่อนว่าเว็บไซต์คืออะไร เว็บไซต์ เปรียบได้เหมือนกับเอกสารหน้าเดียว หรือ หลาย ๆ หน้าที่นำมารวมกัน แล้วนำไปไว้บนโลกอินเตอร์เนท โดยมีชื่อเฉพาะของเอกสารแต่ละ หน้าที่เรียกว่า URL ทีนี้ถ้าใครรู้ URL ก็จะสามารถเปิดดูเอกสารหน้านั้น ๆ ได้ ถ้าผู้เป็น เจ้าของอนุญาต ในเมื่อเว็บไซต์เหมือนกับเอกสารปึกหนึ่ง ดังนั้น เว็บไซต์จึงทำหน้าที่ ได้เหมือนกับเอกสาร คือ ใส่ข้อความไว้ให้ผู้ที่เปิดได้อ่านกัน นี่เป็นพื้นฐานที่สุด แต่ที่ พิเศษกว่าเอกสารคือ นอกจากข้อความ รูปภาพ แล้ว เรายังสามารถใส่อย่างอื่น เช่น ไฟล์ เสียง ไฟล์วีดีโอ เป็นต้น ลงในแต่ละหน้าของเอกสารได้ เท่านั้นยังไม่พอ เรายังสามารถ ทำให้ผู้อ่านสามารถส่งข้อมูลกลับมาหาเราได้ และ สามารถทำจุดเชื่อมโยงไปหาเอกสาร หน้าอื่น ๆ หรือปึกอื่น ๆ ได้ด้วย สรุปได้ว่าเว็บไซต์ ทำหน้าที่ ๓ อย่างด้วยกัน คือ ๑ ส่งข้อมูลให้ผู้อื่น ๒ ให้ผู้อื่นส่ง ข้อมูลกลับมา ๓ เชื่อมโยงไปยังข้อมูลอื่น ๆ ดังนั้น ถ้าเราต้องการ ๑ ใน ๓ อย่างที่กล่าว มาบนโลกอินเตอร์เนท ก็ถึงเวลาที่จะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้แล้วครับ แล้วเราจะมีเว็บไซต์ได้อย่างไร สมัยนี้ง่ายมาก ๆ บริการ blog หรือ web diary ต่าง ๆ มีมากมาย blog ก็จัดเป็นเว็บไซต์เหมือนกัน เพียงแต่เราอาจจะไม่สามารถกำหนดรูป แบบเองได้มากมายนัก ต้องใช้รูปแบบที่ผู้ให้บริการกำหนดมา แต่ก็ตอบโจทย์ของผู้ที่ ต้องการมีเว็บไซต์ส่วนตัว ไว้ขีด ๆ เขียน ๆ แทน diary กระดาษ และให้ผู้อื่นได้อ่าน ได้แสดงความเห็น และอาจทำ link ไปหาข้อมูลที่เราสนใจ เท่านี้ก็ครบ ๓ หน้าที่แล้ว แต่ถ้าเป็นองค์กรธุรกิจ หรือ หน่วยงานต่าง ๆ การใช้ blog อาจไม่เหมาะสมนัก ต้อง ลองวิธีอื่น บริการเว็บไซต์ฟรี เดี๋ยวนี้มีเยอะแยะครับ ที่ให้บริการเว็บไซต์ฟรี คือให้บริการ พื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนอินเตอร์เนทฟรี และยังให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูป หรือจะ เรียกว่ากึ่งสำเร็จรูปดี เพราะเรามีหน้าที่แค่หาข้อมูลใส่เข้าไปในหน้าต่าง ๆ ของ เว็บไซต์ เท่านั้นเอง ไม่ต้องมีความรู้ ด้านคอมพิวเตอร์มากมาย แค่พอใช้อินเตอร์เนท เป็น ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ได้ อย่างที่ใจปรารถนา แต่ว่าของฟรีไม่มีในโลก ที่หน้า เว็บไซต์อาจมีโฆษณาแถมมาด้วย ก็เป็นการหารายได้ของผู้ให้บริการ ถ้าเขาไม่มี รายได้มาจุนเจือ อาจต้องเลิกให้บริการฟรี เราก็แย่ซิครับ ถ้าต้องการอย่างมืออาชีพกว่านั้น ต้องเขียนเว็บขึ้นเองแล้วครับ เขียนเองหมายถึง เขียนด้วยตัวเอง หรือ จ้างเขาเขียนให้ก็ได้ เขียนเสร็จแล้ว ต้องหาผู้ให้บริการฝาก เว็บไซต์ของเราบนอินเตอร์เนท ( host ) วิธีสุดท้ายนี้ มีข้อดีคือ เราสามารถ มีเว็บไซต์ ตามแบบที่เราต้องการจริง ๆ ไม่ต้องอาศัยรูปแบบ หรือ template ที่คนอื่นทำไว้อย่าง ใน ๒ วิธีแรก ขอตัด วิธีที่ ๑ คือ blog และวิธีที่ ๓ คือเขียนเว็บไซต์เองเสีย มาดูกันเฉพาะวิธีที่ ๒ ดีกว่า เพราะว่าเป็นวิธีที่ ลงทุนน้อย และให้ผลได้น่าพอใจ การจะทำให้เว็บไซต์ฟรี มีหน้าตาสวยสดงดงามนั้น ต้องพอมีความรู้ด้านภาษาคอมพิวเตอร์บ้างพอสมควร ไม่ต้องมากมาย ประมาณ html นิด css หน่อย java เล็กน้อย เท่านี้เราก็สามารถตกแต่ง หน้าเว็บไซต์ของเราได้แล้วละครับ แต่ถ้าเราไม่เป็นเลยละ ไม่ยากครับ ความรู้ เหล่านี้ มีอยู่บนอินเตอร์เนทเต็มไปหมด ค้นหาด้วย google ก็เจอได้ง่าย ๆ ที่อาจจะ ยากคือ ยากเพราะว่าเยอะไปหมดจนตาลาย ที่สำคัญคือ ต้องมี ฉันทะ ความพอใจ ยินดี ในการจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองก่อน ถ้าประเภท มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ ทำได้หน่อย ก็เบื่อ ก็เลิกแล้วละครับ พอใจแล้วต้องมีวิริยะ ความเพียรด้วย มือใหม่ไม่มีความ เพียรละก็ล้มไม่เป็นท่า มือเก๋า ๆ อาจจะเขียน code ชั่วโมงเดียวเสร็จ ส่วนมือใหม่ ๗ วันยังไม่ถึงไหน ต้องพยายามเยอะ ๆ ประสบการณ์มากเมื่อไรก็เก่งเองครับ ต้องมีจิตตะ เอาใจใส่ด้วย ไม่ใช่ทำทิ้งทำขว้าง มีอารมณ์ก็ทำ ติสท์ขึ้นก็ทำ อย่างนี้ สำเร็จยาก และสุดท้ายต้องมีวิมังสา แสวงหาวิธีการ มือใหม่ต้องลองผิดลองถูก เยอะ ๆ เขียน code อย่างนี้ ผลเป็นอย่างไร แก้นู่นนิด นี่หน่อย คอยสังเกตความ เปลี่ยนแปลง ลองไปเรื่อย ๆ จนเกิดความชำนาญนั่นแหละครับ ขอยกตัวเองเป็นตัวอย่างแล้วกันนะครับ ความรู้คอมพิวเตอร์แค่พอใช้โปรแกรม ประยุกต์เช่น word excel ได้ ( ไม่คล่อง ) แต่อาศัยว่ามี ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา มาประชุมรวมกันครบ ก็ทำเว็บไซต์ได้กับเขาเหมือนกัน เริ่มแรกประมาณ เกือบ ๆ ปีมาแล้ว คิดมุ่งมั่นว่าอยากทำเว็บไซต์ถวายวัด แต่ไม่มีความรู้ ไม่มีโอกาสออกไปเรียนด้วย เครื่องมือ ก็มีแค่ คอมฯ ๑ เครื่อง โทรศัพท์มือถือ ที่ถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ และบันทึกเสียงได้ พร้อมกับอินเตอร์เนทความ เร็วสูง แค่นั้นเอง มีแค่นั้นจริง ๆ เริ่มต้นด้วยการสร้าง blog ก่อน ปัจจุบันก็ยังอยู่ ลองเข้าไปดูได้ที่ http://maha-oath.spaces.live.com ทำไปก็หาความรู้ไป space ไหน สอนเทคนิค ก็เข้าไปดู ไปเรียนรู้ หรืออันไหนที่ไม่มีใครสอนก็ใช้ลักจำเอา ด้วย เทคนิคคือ การเปิดดู source code แล้ว copy ส่วนที่สนใจ นำมาแก้ไข ลองหัดแก้ ไขค่าต่าง ๆ ใน notepad แล้ว save เป็น html เพื่อเปิดดูผล ใน browser ใช้ได้ก็เก็บ ไว้เป็นตัวอย่ง ใช้ไม่ได้ก็ลบทิ้งไป ทำอย่างนี้อยู่ครึ่งปี เริ่มขยับหาเว็บไซต์จริง ๆ เป็น เว็บไซต์สำเร็จรูป คือที่ http://igetweb.com จึงได้สมัคร และสร้างเว็บไซต์ ของวัดขึ้น http://watyaichaimongkol.net งานนี้สร้างฟรีก่อน แต่เมื่อรู้สึกว่านี่แหละ เว็บนี้แหละ สามารถเป็นเว็บไซต์ทางการของวัดได้ จึงตัดสินใจ เช่าชื่อ จด domain ( คือชื่อ URL ของเว็บไซต์ ) http://watyaichaimongkol.net และ upgrade ขึ้นจาก ฟรีเป็นเสียเงิน เพื่อให้ได้ที่จัดเก็บ และคุณลักษณะเพิ่มขึ้น ไป ๆ มา ๆ จากไม่เป็น เลย ตอนนี้ก็ยังไม่เก่ง แต่พอทำได้บ้าง ก็ปรากฏว่ามีเว็บไซต์นู้น เว็บไซต์นี้ รุงรัง ไปหมด นับแล้วก็ได้ ๕ แห่งด้วยกันคือ http://maha-oath.spaces.live.com http://watyaichaimongkol.net http://puresed.igetweb.com http://mahaoath.googlepages.com ( ไม่ใช้งานนานแล้ว ) http://sites.google.com/site/mahaoath ยังไม่นับรวม เว็บบอร์ด อีก ๒ บอร์ด คือ http://puresed.invisionplus.net http://mahaoath.invisionplus.net ขอเป็นกำลังใจ ให้กับมือใหม่หัดมีเว็บทุกคนนะครับ หากมีอะไรที่อยากรู้ หรือ อยากได้คำแนะนำ ละก็ ไป post ไว้ที่เว็บบอร์ดนะ แล้วไว้เก่งเมื่อไร เราค่อยเขียนเว็บเองกันนะ บุญรักษาครับ ๒๐ ส.ค. ๒๕๕๑ ๑๓.๕๕ น. แนะนำผู้ให้บริการเว็บไซต์กึ่งสำเร็จรูปฟรี http://igetweb.com http://sites.google.com http://invisionplus.net ( webboard ) |