ธรรมะ - ทำเว็บ

ทำเว็บ

             นักทำเว็บไซต์มิอฉมังทั้งหลายข้ามไปได้เลยนะครับ เพราะว่าเทคนิคทั้งหมดนี้ เป็นเทคนิคพื้น ๆ ไม่มีอะไรหวือหวา จากผู้ที่เคยเรียน

     คอมพิวเตอร์แค่ภาษา basic เมื่อ 20 ปีก่อน แต่ที่นำมารวบรวมไว้นี้เพื่อเป็นวิทยาทาน เป็นการทำเว็บแบบลูกทุ่ง ๆ ลองผิดลองถูก เดาบ้าง

     มั่วบ้าง จำเขามาบ้าง ลอกมาบ้าง ปน ๆ กันไป ให้กับผู้เริ่มทำเว็บเหมือน ๆ กัน       เว็บไซต์ทั้งหมดที่ทำมาเป็นแบบกึ่งสำเร็จรูปทั้งสิ้น

    โดยเฉพาะของ igetweb.com ส่วน googlepages.com และ sites.google.com พึ่งได้ลองที่นี่เอง ถ้าต้องการทำเว็บเอง ชนิดที่ทำเอง

    ทั้งหมดจริง ๆ คงต้องหาวิธีกันเองนะครับ

มาสร้างธีมด้วย html กันดีกว่า

โพสต์‎‎9 ก.ย. 2551, 9:16‎‎โดยพระมหานัธนิติ สุมโน   [ อัปเดต ‎‎9 ก.ย. 2551, 9:33‎‎ ]

ธีม วัดใหญ่ชัยมงคล ๔.๐
โดย พระมหานัธนิติ  สุมโน ( mahaoath )
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ แต่ห้ามนำไปใช้ในทางที่ผิดศีลธรรม
11 12
21 22
  Note:


  ภาพ

Figures Detail


1.
2.
3.

 
กำลังง่วนอยู่กับการปรับปรุง http://watyaichaimongkol.net อยู่ครับ เนื่องจากความรู้ยังน้อย ยังทำ CSS หรือ Style Sheet ไม่เป็น เลยลำบากหน่อย แต่นักทำเว็บสไตล์ลูกทุ่ง ก็ได้สรรหาวิธีมาจนได้ โดยการทำธีม html ล้วน ๆ  นำธีมมาลงให้ดูผลก่อน ส่วน code และ คำอธิบายส่วนต่าง ๆ ไว้มาอธิบายอีกทีนะครับ


ก่อนจะทำเว็บ

โพสต์‎‎19 ส.ค. 2551, 23:59‎‎โดยพระมหานัธนิติ สุมโน   [ อัปเดต ‎‎20 ส.ค. 2551, 0:05‎‎ ]

     ทำไมต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ?

     เป็นคำถามแรกสุด ที่เราต้องถามตัวเองก่อน  และก่อนที่จะตอบตัวเองนั้น เราต้องรู้

ก่อนว่าเว็บไซต์คืออะไร  เว็บไซต์ เปรียบได้เหมือนกับเอกสารหน้าเดียว หรือ หลาย ๆ

หน้าที่นำมารวมกัน แล้วนำไปไว้บนโลกอินเตอร์เนท โดยมีชื่อเฉพาะของเอกสารแต่ละ

หน้าที่เรียกว่า URL ทีนี้ถ้าใครรู้ URL ก็จะสามารถเปิดดูเอกสารหน้านั้น ๆ ได้ ถ้าผู้เป็น

เจ้าของอนุญาต  ในเมื่อเว็บไซต์เหมือนกับเอกสารปึกหนึ่ง ดังนั้น เว็บไซต์จึงทำหน้าที่

ได้เหมือนกับเอกสาร คือ ใส่ข้อความไว้ให้ผู้ที่เปิดได้อ่านกัน นี่เป็นพื้นฐานที่สุด  แต่ที่

พิเศษกว่าเอกสารคือ นอกจากข้อความ รูปภาพ แล้ว เรายังสามารถใส่อย่างอื่น เช่น ไฟล์

เสียง ไฟล์วีดีโอ เป็นต้น ลงในแต่ละหน้าของเอกสารได้ เท่านั้นยังไม่พอ เรายังสามารถ

ทำให้ผู้อ่านสามารถส่งข้อมูลกลับมาหาเราได้ และ สามารถทำจุดเชื่อมโยงไปหาเอกสาร

หน้าอื่น ๆ หรือปึกอื่น ๆ ได้ด้วย


     สรุปได้ว่าเว็บไซต์ ทำหน้าที่ ๓ อย่างด้วยกัน คือ ๑ ส่งข้อมูลให้ผู้อื่น ๒ ให้ผู้อื่นส่ง

ข้อมูลกลับมา ๓ เชื่อมโยงไปยังข้อมูลอื่น ๆ ดังนั้น ถ้าเราต้องการ ๑ ใน ๓ อย่างที่กล่าว

มาบนโลกอินเตอร์เนท ก็ถึงเวลาที่จะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้แล้วครับ


     แล้วเราจะมีเว็บไซต์ได้อย่างไร  สมัยนี้ง่ายมาก ๆ  บริการ blog หรือ web diary ต่าง ๆ

มีมากมาย  blog ก็จัดเป็นเว็บไซต์เหมือนกัน เพียงแต่เราอาจจะไม่สามารถกำหนดรูป

แบบเองได้มากมายนัก ต้องใช้รูปแบบที่ผู้ให้บริการกำหนดมา แต่ก็ตอบโจทย์ของผู้ที่

ต้องการมีเว็บไซต์ส่วนตัว ไว้ขีด ๆ เขียน ๆ แทน diary กระดาษ และให้ผู้อื่นได้อ่าน

ได้แสดงความเห็น และอาจทำ link ไปหาข้อมูลที่เราสนใจ เท่านี้ก็ครบ ๓ หน้าที่แล้ว

แต่ถ้าเป็นองค์กรธุรกิจ หรือ หน่วยงานต่าง ๆ การใช้ blog อาจไม่เหมาะสมนัก ต้อง

ลองวิธีอื่น


     บริการเว็บไซต์ฟรี เดี๋ยวนี้มีเยอะแยะครับ ที่ให้บริการเว็บไซต์ฟรี คือให้บริการ

พื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนอินเตอร์เนทฟรี และยังให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูป   หรือจะ

เรียกว่ากึ่งสำเร็จรูปดี เพราะเรามีหน้าที่แค่หาข้อมูลใส่เข้าไปในหน้าต่าง ๆ ของ

เว็บไซต์ เท่านั้นเอง ไม่ต้องมีความรู้ ด้านคอมพิวเตอร์มากมาย แค่พอใช้อินเตอร์เนท

เป็น ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ได้ อย่างที่ใจปรารถนา  แต่ว่าของฟรีไม่มีในโลก ที่หน้า

เว็บไซต์อาจมีโฆษณาแถมมาด้วย ก็เป็นการหารายได้ของผู้ให้บริการ ถ้าเขาไม่มี

รายได้มาจุนเจือ อาจต้องเลิกให้บริการฟรี เราก็แย่ซิครับ


     ถ้าต้องการอย่างมืออาชีพกว่านั้น ต้องเขียนเว็บขึ้นเองแล้วครับ เขียนเองหมายถึง

เขียนด้วยตัวเอง หรือ จ้างเขาเขียนให้ก็ได้ เขียนเสร็จแล้ว ต้องหาผู้ให้บริการฝาก

เว็บไซต์ของเราบนอินเตอร์เนท ( host ) วิธีสุดท้ายนี้ มีข้อดีคือ เราสามารถ มีเว็บไซต์

ตามแบบที่เราต้องการจริง ๆ ไม่ต้องอาศัยรูปแบบ หรือ template ที่คนอื่นทำไว้อย่าง

ใน ๒ วิธีแรก


     ขอตัด วิธีที่ ๑ คือ blog และวิธีที่ ๓ คือเขียนเว็บไซต์เองเสีย มาดูกันเฉพาะวิธีที่ ๒

ดีกว่า เพราะว่าเป็นวิธีที่ ลงทุนน้อย และให้ผลได้น่าพอใจ  การจะทำให้เว็บไซต์ฟรี

มีหน้าตาสวยสดงดงามนั้น ต้องพอมีความรู้ด้านภาษาคอมพิวเตอร์บ้างพอสมควร

ไม่ต้องมากมาย ประมาณ html นิด css หน่อย java เล็กน้อย เท่านี้เราก็สามารถตกแต่ง

หน้าเว็บไซต์ของเราได้แล้วละครับ   แต่ถ้าเราไม่เป็นเลยละ  ไม่ยากครับ ความรู้

เหล่านี้ มีอยู่บนอินเตอร์เนทเต็มไปหมด ค้นหาด้วย google ก็เจอได้ง่าย ๆ ที่อาจจะ

ยากคือ ยากเพราะว่าเยอะไปหมดจนตาลาย   ที่สำคัญคือ ต้องมี ฉันทะ ความพอใจ

ยินดี ในการจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองก่อน ถ้าประเภท มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ ทำได้หน่อย

ก็เบื่อ ก็เลิกแล้วละครับ    พอใจแล้วต้องมีวิริยะ ความเพียรด้วย  มือใหม่ไม่มีความ

เพียรละก็ล้มไม่เป็นท่า มือเก๋า ๆ อาจจะเขียน code ชั่วโมงเดียวเสร็จ ส่วนมือใหม่

๗ วันยังไม่ถึงไหน ต้องพยายามเยอะ ๆ ประสบการณ์มากเมื่อไรก็เก่งเองครับ

ต้องมีจิตตะ เอาใจใส่ด้วย ไม่ใช่ทำทิ้งทำขว้าง มีอารมณ์ก็ทำ ติสท์ขึ้นก็ทำ อย่างนี้

สำเร็จยาก และสุดท้ายต้องมีวิมังสา แสวงหาวิธีการ มือใหม่ต้องลองผิดลองถูก

เยอะ ๆ เขียน code อย่างนี้ ผลเป็นอย่างไร แก้นู่นนิด นี่หน่อย คอยสังเกตความ

เปลี่ยนแปลง ลองไปเรื่อย ๆ จนเกิดความชำนาญนั่นแหละครับ


     ขอยกตัวเองเป็นตัวอย่างแล้วกันนะครับ  ความรู้คอมพิวเตอร์แค่พอใช้โปรแกรม

ประยุกต์เช่น word  excel ได้ ( ไม่คล่อง ) แต่อาศัยว่ามี ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา

มาประชุมรวมกันครบ ก็ทำเว็บไซต์ได้กับเขาเหมือนกัน


     เริ่มแรกประมาณ เกือบ ๆ ปีมาแล้ว คิดมุ่งมั่นว่าอยากทำเว็บไซต์ถวายวัด

แต่ไม่มีความรู้ ไม่มีโอกาสออกไปเรียนด้วย เครื่องมือ ก็มีแค่ คอมฯ ๑ เครื่อง

โทรศัพท์มือถือ ที่ถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ และบันทึกเสียงได้ พร้อมกับอินเตอร์เนทความ

เร็วสูง  แค่นั้นเอง มีแค่นั้นจริง ๆ  เริ่มต้นด้วยการสร้าง blog ก่อน ปัจจุบันก็ยังอยู่

ลองเข้าไปดูได้ที่ http://maha-oath.spaces.live.com ทำไปก็หาความรู้ไป space ไหน

สอนเทคนิค ก็เข้าไปดู ไปเรียนรู้ หรืออันไหนที่ไม่มีใครสอนก็ใช้ลักจำเอา ด้วย

เทคนิคคือ การเปิดดู source code แล้ว copy ส่วนที่สนใจ นำมาแก้ไข ลองหัดแก้

ไขค่าต่าง ๆ ใน notepad แล้ว save เป็น html เพื่อเปิดดูผล ใน browser ใช้ได้ก็เก็บ

ไว้เป็นตัวอย่ง ใช้ไม่ได้ก็ลบทิ้งไป  ทำอย่างนี้อยู่ครึ่งปี เริ่มขยับหาเว็บไซต์จริง ๆ

เป็น เว็บไซต์สำเร็จรูป คือที่ http://igetweb.com จึงได้สมัคร และสร้างเว็บไซต์

ของวัดขึ้น http://watyaichaimongkol.net งานนี้สร้างฟรีก่อน แต่เมื่อรู้สึกว่านี่แหละ

เว็บนี้แหละ สามารถเป็นเว็บไซต์ทางการของวัดได้ จึงตัดสินใจ เช่าชื่อ จด domain

( คือชื่อ URL ของเว็บไซต์ ) http://watyaichaimongkol.net และ upgrade ขึ้นจาก

ฟรีเป็นเสียเงิน เพื่อให้ได้ที่จัดเก็บ และคุณลักษณะเพิ่มขึ้น ไป ๆ มา ๆ จากไม่เป็น

เลย ตอนนี้ก็ยังไม่เก่ง แต่พอทำได้บ้าง  ก็ปรากฏว่ามีเว็บไซต์นู้น เว็บไซต์นี้ รุงรัง

ไปหมด นับแล้วก็ได้ ๕ แห่งด้วยกันคือ

     http://maha-oath.spaces.live.com
     http://watyaichaimongkol.net
     http://puresed.igetweb.com
     http://mahaoath.googlepages.com ( ไม่ใช้งานนานแล้ว )
     http://sites.google.com/site/mahaoath

ยังไม่นับรวม เว็บบอร์ด อีก ๒ บอร์ด คือ

     http://puresed.invisionplus.net
     http://mahaoath.invisionplus.net

     ขอเป็นกำลังใจ ให้กับมือใหม่หัดมีเว็บทุกคนนะครับ หากมีอะไรที่อยากรู้ หรือ

อยากได้คำแนะนำ ละก็ ไป post ไว้ที่เว็บบอร์ดนะ


     แล้วไว้เก่งเมื่อไร เราค่อยเขียนเว็บเองกันนะ


     บุญรักษาครับ
     ๒๐ ส.ค. ๒๕๕๑
     ๑๓.๕๕ น.

     แนะนำผู้ให้บริการเว็บไซต์กึ่งสำเร็จรูปฟรี

     http://igetweb.com
     http://sites.google.com
     http://invisionplus.net   ( webboard )


Color Code

โพสต์‎‎17 ส.ค. 2551, 7:07‎‎โดยพระมหานัธนิติ สุมโน   [ อัปเดต ‎‎17 ส.ค. 2551, 7:09‎‎ ]

รวม Hexacode สี ๑๖ ล้านสี ไว้ใช้ตกแต่งเว็บ http://www.guistuff.com/tools/css/colorhex.htm

recomended site

โพสต์‎‎12 ส.ค. 2551, 22:56‎‎โดยพระมหานัธนิติ สุมโน   [ อัปเดต ‎‎12 ส.ค. 2551, 22:58‎‎ ]

แนะนำเว็บไซต์สอน code มีเยอะมาก ๆ http://www.htmlcodetutorial.com

๒ นาที กับการทำให้เว็บบอร์ดแสดงภาษาไทย

โพสต์‎‎10 ส.ค. 2551, 8:08‎‎โดยพระมหานัธนิติ สุมโน   [ อัปเดต ‎‎10 ส.ค. 2551, 21:05‎‎ ]

webboard ของ invisionplus นั้นค่าเริ่มต้นจะเป็นภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้น อาจแสดงภาษาไทยไม่ถูกต้อง

วิธีการปรับแต่ง ไม่ยากครับ อย่างที่ขึ้นเป็นหัวข้อไว้ ว่า ๒ นาที เพราะสามารถแก้ไขได้ใน ๒ นาทีเท่านั้น

มาดูวิธีทำกันเลย

การแก้ภาษาของ webboard


ขั้นตอนการปรับแต่ง webboard

๑ เข้าไปที่บอร์ดด้วย account ของ ผู้บริหารระบบ > เข้าไปที่ แผงควบคุมของผู้บริหารระบบ ( ACP )
๒ เลือก skins & templates > html template
๓ เลือก manage html ของ template set ที่เราใช้อยู่
๔ เลือก global html elements
๕ หา css_inline ให้เจอ แล้วเลือก edit single
๖ จะพบหน้าต่างที่มี source code อยู่ ลองดูเปรียบเทียบ ว่า ถ้าเหมือนกับ code ใน หน้าต่าง "code เดิม" ด้านล่าง ละก็แสดงว่ามาถูกที่แล้ว ถ้าไม่เหมือน ลองย้อนกลับไปทำใหม่ตั้งแต่ต้น
๗ copy code จากหน้าต่าง "code ใหม่" ไปแทนที่ได้เลย
๘ เลือก update template เป็นอันเรียบร้อย

code เดิม

<style type='text/css'>
{$css}
</style> 

code ใหม่

<meta http-equiv="content-type" content="text/html; charset=TIS-620" />
<style type='text/css'>
{$css}
</style>

table background

โพสต์‎‎9 ส.ค. 2551, 22:27‎‎โดยพระมหานัธนิติ สุมโน   [ อัปเดต ‎‎10 ส.ค. 2551, 4:38‎‎ ]

การใส่ background ทำให้แต่ละหน้าของเว็บดูดีขึ้นนั้น เราทำได้ด้วยการใช้ table tag ใน html

ขั้นตอน

๑ เตรียมรูปภาพก่อน

   เลือกได้ ๒ อย่าง คือ เป็นภาพเดียวโดด ๆ เต็มตาราง  หรือว่าเป็นภาพเล็ก ๆ แล้วให้ระบบจัดการปูภาพ

ให้เต็มตาราง เหมือนปูกระเบื้อง

   ในที่นี้เลือกแบบที่ ๒ คือภาพมีขนาดเล็กกว่าพื้นที่ที่ต้องการให้มี background โดยเลือกรูปนี้



๒ นำรูปภาพไปฝากไว้บนเว็บไหนก็ได้ แนะนำว่าบนเว็บของเราเองดีที่สุด หรือไม่เช่นนั้นแนะนำ

photobucket.com รูปตัวอย่างฝากไว้บน photobucket.com

๓ ฝากรูปแล้วให้จัดการลอก url ของรูปเตรียมไว้ก่อน ในตัวอย่างคือ http://i230.photobucket.com

/albums/ee8/maha-oath/leaves_bg.jpg


๔ เขียน code ตาราง จะทำให้ดูเป็นตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ซับซ้อน เพื่อเป็นแนวทางก่อน ( บอกหมด

เดี๋ยวไม่ได้ฝึกทำเอง อย่างที่ปราชญ์ว่า    " สอนจับปลา ดีกว่าคอยหาปลาให้ "  )


<!--ตัวอย่างการใช้ table เพื่อตกแต่ง entry ให้สวยงาม-->

        <table style="width:350px;height:300px" bordercolor="#000000" cellspacing="0" cellpadding="3" align="center" background="http://i230.photobucket.com/albums/ee8/maha-oath/leaves_bg.jpg" border="1">
                <tbody>
                             <tr>
                                      <td valign="center" align="center"><font size="5" color="white">ตัวอย่างการนำรูปมาเป็น background</font></td>
                             </tr>                  
               </tbody>
         </table>

<!--end ตัวอย่างการใช้ table เพื่อตกแต่ entry ให้สวยงาม-->

อธิบาย code ตัวอย่าง




๕ นำ code ที่ได้ไปแปะลงในส่วนที่ต้องการ เท่านี้ก็เรียบร้อย

ผลงานที่ปรากฏ





ตัวอย่างการนำรูปมาเป็น background

อธิบาย code ตัวอย่าง

ถ้าคุ้นเคยกับ html บ้าง ก็จะทราบว่า html tag นั้น ต้อง มีเปิด และ ปิด เป็นส่วนมาก <tag>

คือเปิด </tag> คือปิด  เปิดแล้วต้องไม่ลืมปิดด้วยนะครับ มาดูกันทีละอย่าง

<!--ตัวอย่างการใช้ table เพื่อตกแต่ entry ให้สวยงาม-->

        <table style="width:350px;height:300px" bordercolor="#000000" cellspacing="0" cellpadding="3" align="center" background="http://i230.photobucket.com/albums/ee8/maha-oath/leaves_bg.jpg" border="1">
                <tbody>
                             <tr>
                                      <td valign="center" align="center"><font size="5" color="white">ตัวอย่างการนำรูปมาเป็น background</font></td>
                             </tr>                  
               </tbody>
         </table>

<!--end ตัวอย่างการใช้ table เพื่อตกแต่ entry ให้สวยงาม-->

สีม่วง คือ comment ของเราเองเพื่อเตือนความจำ หรือเพื่อง่ายต่อการกลับมา

แก้ไขในภายหลัง ไม่มีผลต่อการแสดงบน browser

สีแดง คือ ค่า parameter ที่เราสามารถกำหนดเองได้

สีน้ำเงิน คือ url ของรูปภาพที่ใช้เป็น background

สีเขียวคือ สิ่งที่ต้องการให้ปรากฏ หรือ object ต่าง ๆ 


code table

   ข้อมูลนี้นำมาจาก yakyaihost.net มีคำแนะนำดีมากมาย ลองเข้าไปดูกันครับ


   ตาราง (Table) เป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งในการทำเว็บเพจ (Web Page) โดยจะแบ่งพื้นที่ในหน้าเว็บเพจออกเป็นสัดส่วน เป็นระเบียบดูสวยงาม สามารถสื่อสารกับผู้ชมเว็บเพจได้อย่างสบายตา

   และสิ่งแรกที่ควรทำในการออกแบบเว็บเพจก็คือการจัดวางรูปร่าง (Lay Out) ให้เหมาะสมกับลักษณะข้อมูลของเรา ที่จะนำเสนอในหน้าเว็บเพจ

การใช้ตาราง ไม่มีเครื่องมือใดที่ใช้เขียน Code HTML มีประโยชน์เท่ากับ Code ตาราง ตารางช่วยให้คุณสามารถจัดวางวัตถุและส่วนต่างๆได้อย่างถูกต้อง ทำให้คุณสามารถสร้างสรรค์รูปแบบอย่างไร้ขอบเขต

และข้อควรรู้ประกอบอีกอย่างคือในการแสดงผล บราวเซอร์ (Browser) จะทำการ ดาวน์โหลด (Download) ข้อมูลในตารางทั้งหมดก่อน แล้วจึงแสดงผลตารางบนเว็บเพจ

<Table> Tag Attributes : ส่วนขยายของแท็กตาราง เริ่มต้นด้วย <TABLE> แท็กนี้จะแจ้งกับบราวเซอร์ของคุณว่าคุณต้องการเริ่มสร้างตารางหลังจากแท็กนี้ , <TABLE> tag มีส่วยขยายซึ่งคุณสามารถใช้เปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้าตาและคุณสมบัติของตารางตามที่คุณต้องการได้

Border=
ถ้าคุณต้องการให้ตารางของคุณแสดงเส้นขอบ คุณสามารถกำหนดค่าตัวเลขซึ่งจะแจ้งกับบราวเซอร์ถึงความกว้าง (Pixels Wide) ที่ต้องการได้ โดยใช้ Border=5 ซึ่งหมายถึงเส้นขอบขนาด 5 Pixels Wide เป็นต้น

ตารางสามารถกำหนดเส้นขอบซึ่งจะช่วยในการแยกรายละเอียดได้อย่างชัดเจน หรือจะกำหนดให้ไม่มีเส้นขอบปรากฏบนเว็บเพจก็ได้

 

ตารางที่มีเส้นขอบบาง
Cell A Cell B Cell C
Cell D Cell E Cell F
     ตารางที่มีเส้นขอบหนา
Cell A Cell B Cell C
Cell D Cell E Cell F
     ตารางที่ไม่มีเส้นขอบ
Cell A Cell B Cell C
Cell D Cell E Cell F

*** คำแนะนำ : ปกติผมจะตั้งค่าเส้นขอบของตารางไว้ที่ 1 ขณะที่ผมกำลังสร้างตารางซึ่งจะทำให้คุณดูผลของตารางที่สร้าง และเมื่อเสร็จการสร้างตารางและทุกอย่างเป็นไปตามที่ผมต้องการ ผมค่อยเปลี่ยนขนาดเส้นขอบของตารางเป็น Border=0.

Width=
โดยการใช้ส่วนขยายนี้ คุณสามารถกำหนดความของตารางที่คุณต้องการ ถ้าคุณไม่กำหนดความกว้างของตาราง ตารางจะปรากฏควมกว้างของตารางเท่ากับวัตถุที่คุณใส่เข้าไป มี 2 วิธีที่คุณสมารถใช้กำหนด Width= Attribute:

วิธีเปอร์เซนต์ (Percentage Method)

Width=60%
ใช้วิธีนี้จะสร้างตารางซึ่งมีความกว้าง 60% ของจอภาพของคุณ แนะนำวิธีนี้เพราะผู้คนใช้ขนาดความละเอียดของจอที่แตกต่างกันซึ่งจะทำให้เห็นตารางขนาดความกว้าง 60% ของจอภาพเหล่านั้น ไม่ว่าจะพวกเขาจะใช้ขนาดความละเอียดของจอ 640x480, 800x600 หรืออะไรก็ตาม

วิธีความกว้าง Pixel จริง (Absolute Method)

Width=450
ใช้วิธีนี้คุณสามารถกำหนดความกว้างที่แท้จริง PIXEL width. เหมาะกับการใช้เมื่อคุณวางวัตถุได้เที่ยงตรงบนเว็บเพจของคุณ มีข้อเตือนใจดังตัวอย่าง ถ้าคุณกำหนดความกว้าง 800 Pixels และผู้ชมดูด้วยความละเอียดของจอ 640x480 (กว้าง 640 สูง 480) พยายามจะดูตารางของคุณ พวกเขาจะไม่สามารถเห็นตารางได้ทั้งหมดบนหน้าจอ จะต้องเลื่อนสกอร์บาร์เพื่อจะดูทุกอย่างได้

BGcolor=
คุณสามารถใช้ส่วนขยายนี้กำหนดสีพื้นหลัง (background color) ทุกๆ เซลล์ในตารางของคุณ ทั้งหมด ของเซลล์ของตารางจะมีสีพื้นเดียวกัน Code BGcolor= Attribute ดังนี้

BGcolor=#ff0000

ALIGN=
โดยการใช้ส่วนขยายนี้ คุณสามารถกำหนดจัดวางตำแหน่งของ ทุกส่วน ของตาราง ค่าที่ถูกต้องของส่วนขยายนี้คือ right, left and center กลาง ซ้าย และขวา ตามลำดับ เราเขียน Code ได้ดังนี้

ALIGN=right

Cellpadding=
ค่าตัวเลขนี้ทำให้คุณกำหนดจำนวน Pixels ระหว่างวัตถุและข้อความในเซลล์และผนังของเซลล์ ค่านี้จะมีผลต่อ ทุกส่วน ของเซลล์ในตาราง Code ของคุณมีดังนี้

Cellpadding=2

Cellspacing=
ค่าตัวเลขนี้ทำให้คุณกำหนดจำนวน Pixels ระหว่าง แต่ละเซลล์ ค่านี้จะมีผลต่อ ทุกๆ เซลล์ในตารางเหมือนกัน Code ของคุณมีดังนี้

Cellspacing=3

*** คำแนะนำ : ถ้าคุณมีปัญหาในการแยกแยะความแตกต่างระหว่าง cellpadding และ cellspacing ลองนึกภาพลังที่บรรจุเบียร์หลายๆลัง ระยะห่างระหว่างขวดและลังก็คือ CELLPADDING ระยะห่างระหว่างลังและลังก็คือ CELLSPACING

คุณสามารถผสมผสานคำสั่งส่วนขยายหลายๆอันในหนึ่งแท็กตาราง <TABLE> tag ดังนี้

<TABLE Width=60% Cellpadding=2 ALIGN=RIGHT Border=1>

ส่วนประกอบของตาราง ตารางแบ่งเป็นแถวและเซลล์ แต่ละแถวจะประกอบด้วยเซลล์ และเซลล์ประกอบด้วยรูปภาพและข้อความ โดยต่อไปนี้คือ Tag ที่ใช้ในการสร้างตาราง

แท็ก (Tag) ที่ใช้สร้างตาราง หน้าที่ของแท็ก (Tag)
<TABLE> บอกบราวเซอร์ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของตาราง
<TH>...</TH> บอกบราวเซอร์ว่าเป็นจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของหัวตาราง
<TR>...</TR> บอกบราวเซอร์ว่าเป็นจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของแถว (Row)
<TD>...</TD> บอกบราวเซอร์ว่าเป็นจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของเซลล์ (Cell)
</TABLE> บอกบราวเซอร์ว่าเป็นจุดสิ้นสุดของตาราง

Code ตาราง 1 แถว
นี่เป็นตารางแบบง่ายๆซึ่งกำหนดค่าเส้นขอบเท่ากับ 1:

 

Cell A Cell B Cell C
Row 1
Column 1      Column 2      Column 3

ไปดู Code ของตารางตัวอย่าง

<TABLE Border=1>      <-- แท็กเปิดของตารางพร้อมเส้นขอบ

<TR>      <-- แท็กเริ่มต้นแถวแรก

<TD> Cell A </TD>      <-- กำหนดเซลล์แต่ละเซลล์
<TD> Cell B </TD>      <-- กำหนดเซลล์แต่ละเซลล์
<TD> Cell C </TD>      <-- กำหนดเซลล์แต่ละเซลล์

</TR>      <-- แท็กสิ้นสุดแถวแรก

</TABLE>      <-- แท็กปิดของตาราง

Code ตาราง 2 แถวหรือมากกว่า

 

Cell A Cell B Cell C
Cell D Cell E Cell F
Row 1

Row 2

  Column 1      Column 2      Column 3
ไปดู Code ของตารางข้างบน

<TABLE Border=1>      <-- แท็กเปิดของตารางพร้อมเส้นขอบ

<TR>      <-- แท็กเริ่มต้นแถวแรก

<TD> Cell A </TD>      <-- กำหนดเซลล์แต่ละเซลล์
<TD> Cell B </TD>      <-- กำหนดเซลล์แต่ละเซลล์
<TD> Cell C </TD>      <-- กำหนดเซลล์แต่ละเซลล์

</TR>      <-- แท็กสิ้นสุดแถวแรก

(นี่คือ แถวที่ 2)

<TR>      <-- แท็กเริ่มต้นแถวที่สอง

<TD> Cell D </TD>      <-- กำหนดเซลล์แต่ละเซลล์
<TD> Cell E </TD>      <-- กำหนดเซลล์แต่ละเซลล์
<TD> Cell F </TD>      <-- กำหนดเซลล์แต่ละเซลล์

</TR>      <-- แท็กสิ้นสุดแถวที่สอง

</TABLE>      <-- แท็กปิดของตาราง

การตกแต่งเซลล์ตารางของคุณ
แต่ละเซลล์ของตารางต้องการแท็กเปิด <TD> tag และแท็กปิด </TD> tag เพื่อทำงานได้สมบูรณ์ คุณสามารถแทรกข้อความ รูปภาพ และอะไรก็ได้ที่คุณต้องการในแต่ละส่วนของหน้าเว็บเพจลงในเซลล์ของตาราง มีหลายคำสั่งส่วนขยายที่คุณสามารถใช้ปรัปปรุงเซลล์ของคุณ

ALIGN=
ส่วนขยายนี้ทำให้คุณกำหนด จัดวางตำแหน่งในแนวนอน (HORIZONTAL ALIGNMENT) ของข้อความหรือวัตถุในเซลล์ ค่าที่ถูกต้องของส่วนขยายนี้คือ left, center และ right กลาง ซ้าย และขวา ตามลำดับ เราเขียน Code ได้ดังนี้

ALIGN=right

VALIGN=
ส่วนขยายนี้ทำให้คุณกำหนด จัดวางตำแหน่งในแนวตั้ง (VERTICAL ALIGNMENT) ของข้อความหรือวัตถุในเซลล์ ค่าที่ถูกต้องของส่วนขยายนี้คือ top, middle และ bottom บน กลาง และล่าง ตามลำดับ เราเขียน Code ได้ดังนี้

VALIGN=bottom

COLSPAN=
ส่วนขยายนี้ทำให้คุณกำหนดจำนวนกี่คอลัมน์ที่เซลล์ 1 เซลล์จะขยายคร่อม ค่าที่ถูกต้องคือตัวเลขที่ใส่ดังนี้

COLSPAN=2

คุณจะใช้จำนวนเท่าไรขึ้นกับคอลัมน์กี่คอลัมน์ที่คุณต้องการให้เซลล์ 1 เซลล์ขยายคร่อม

ROWSPAN=
ส่วนขยายนี้ทำให้คุณกำหนดจำนวนกี่แถวที่เซลล์ 1 เซลล์จะขยายคร่อม ค่าที่ถูกต้องคือตัวเลขที่ใส่ดังนี้

ROWSPAN=2

คุณจะใช้จำนวนเท่าไรขึ้นกับแถวกี่แถวที่คุณต้องการให้เซลล์ 1 เซลล์ขยายคร่อม

BGcolor=
ส่วนขยายนี้ทำให้คุณกำหนดสีพื้นหลัง (background color) ของแต่ละเซลล์ คุณใช้ส่วนขยายนี้อย่างสมบูรณ์โดยใส่ค่าของสีเลขฐาน 16 (Hexadecimal color) ดังนี้

BGcolor=#000000

Width=
ส่วนขยายนี้ทำให้คุณกำหนดความกว้างของเซลล์ตามที่ควรจะเป็น คุณสามารถใช้วิธีเปอร์เซนต์หรือวิธีความกว้าง Pixel จริง

วิธีเปอร์เซนต์ (Percentage Method)

Width=35%

วิธีความกว้าง Pixel จริง (Absolute Method)

Width=150

นี้คือความกว้างของตารางในหน่วย Pixels PIXELS.

Spanning Columns and Rows
Spanning เป็นเครื่องมือสร้างตารางที่มีประโยชน์มาก การขยายเซลล์ทำให้คุณสามารถเปลี่ยนขนาดของเซลล์ตามที่คุณต้องการ ต่อไปนี้คือตารางตัวอย่าง

 

Cell A Cell B Cell C
Cell D Cell E Cell F
Row 1

Row 2

คุณจะสังเกตเห็นว่าแต่ละแถวมี 3 เซลล์ แต่เราจะทำอย่างไรถ้าเราต้องการให้แถวที่สองมีเพียง 2 เซลล์

ทำดังต่อไปนี้ เราจำเป็นต้องแก้ไข <TD> tag ด้วยส่วนขยายซึ่งทำให้เราสามารถขยายเซลล์ 1 เซลล์ ข้ามไปถึง 2 เซลล์เดิม ถ้าเราใช้ COLSPAN= Attribute เราสามารถยืด 1 เซลล์ข้ามไปถึง 2 เซลล์หรือมากกว่า คอลัมน์ของตาราง

 

Cell A Cell B Cell C
Cell D
Cell F
Row 1

Row 2

ให้สังเกต Cell D ตอนนี้ได้ถูกยืดออก หรือถูกขยาย (SPANNED), คร่อม 2 เซลล์

นี้คือ Code ที่ใช้ในการสร้างตารางข้างบน

<TABLE Border=1> <-- แท็กเปิดของตารางพร้อมเส้นขอบ

<TR> <-- แท็กเริ่มต้นแถวแรก

<TD> Cell A </TD> <-- กำหนดเซลล์แต่ละเซลล์
<TD> Cell B </TD> <-- กำหนดเซลล์แต่ละเซลล์
<TD> Cell C </TD> <-- กำหนดเซลล์แต่ละเซลล์

</TR> <-- แท็กสิ้นสุดแถวแรก

<TR> <-- แท็กเริ่มต้นแถวที่สอง

<TD COLSPAN=2> Cell D </TD> <-- กำหนดเซลล์แต่ละเซลล์

(สังเกตว่าผมตัด CELL E ออกทั้งหมด)

<TD> Cell F </TD> <-- กำหนดเซลล์แต่ละเซลล์

</TR> <-- แท็กสิ้นสุดแถวที่สอง

</TABLE> <-- แท็กปิดของตาราง

และมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในการใช้ ROWSPAN= attribute:

 

Cell A Cell B Cell C
Cell D Cell E
Row 1

Row 2

ให้สังเกต Cell C ตอนนี้ได้ถูกยืดออกหรือถูกขยายคร่อม 2 เซลล์ และ 2 แถว

นี้คือ Code ที่ใช้ในการสร้างตารางข้างบน

<TABLE Border=1> <-- แท็กเปิดของตารางพร้อมเส้นขอบ

<TR> <-- แท็กเริ่มต้นแถวแรก

<TD> Cell A </TD> <-- กำหนดเซลล์แต่ละเซลล์
<TD> Cell B </TD> <-- กำหนดเซลล์แต่ละเซลล์
<TD ROWSPAN=2> Cell C </TD> <-- กำหนดเซลล์แต่ละเซลล์

</TR> <-- แท็กสิ้นสุดแถวแรก

<TR> <-- แท็กเริ่มต้นแถวที่สอง

<TD> Cell D </TD> <-- กำหนดเซลล์แต่ละเซลล์
<TD> Cell E </TD> <-- กำหนดเซลล์แต่ละเซลล์

(สังเกตว่าผมตัด CELL F ออกทั้งหมดเพราะ CELL C ได้ใช้พิ้นที่แล้ว)

</TR> <-- แท็กสิ้นสุดแถวที่สอง

</TABLE> <-- แท็กปิดของตาราง

   ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการเขียน Code HTML สำหรับตารางในรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นแนวคิดในการจัดทำตารางต่อไป

R1C1 R1C2 R1C3 R1C4
R2C1 R2C2 R2C3 R2C4
R3C1 R3C2 R3C3 R3C4
R4C1 R4C2 R4C3 R4C4

Code HTML สำหรับตารางนี้

<TABLE border=2>
<TR>
<!-- Row 1 -->
<TD align=center> R1C1 </TD>
<TD align=center> R1C2 </TD>
<TD align=center> R1C3 </TD>
>TD align=center> R1C4 </TD>
</TR>
<TR>
<!-- Row 2 -->
<TD align=center> R2C1 </TD>
<TD align=center> R2C2 </TD>
<TD align=center> R2C3 </TD>
<TD align=center> R2C4 </TD>
</TR>
<TR>
<!-- Row 3 -->
<TD align=center> R3C1 </TD>
<TD align=center> R3C2 </TD>
<TD align=center> R3C3 </TD>
<TD align=center> R3C4 </TD>
</TR>
<TR>
<!-- Row 4 -->
<TD align=center> R4C1 </TD>
<TD align=center> R4C2 </TD>
<TD align=center> R4C3 </TD>
<TD align=center> R4C4 </TD>
</TR>
</TABLE>

R1C1 R1C2 R1C4
R2C1 R2C4
R3C1 R3C4
R4C1 R4C4

Code HTML สำหรับตารางนี้

<TABLE border=2>
<TR>
<!-- Row 1 -->
<TD align=center> R1C1 </TD>
<TD align=center colspan=2 rowspan=4> R1C2 </TD>
<TD align=center> R1C4 </TD>
</TR>
<TR>
<!-- Row 2 -->
<TD align=center> R2C1 </TD>
<TD align=center> R2C4 </TD>
</TR>
<TR>
<!-- Row 3 -->
<TD align=center> R3C1 </TD>
<TD align=center> R3C4 </TD>
</TR>
<TR>
<!-- Row 4 -->
<TD align=center> R4C1 </TD>
<TD align=center> R4C4 </TD>
</TR>
</TABLE>

R1C1
R2C1 R2C2 R2C3 R2C4
R3C1
R4C1 R4C2 R4C3 R4C4

Code HTML สำหรับตารางนี้

<TABLE border=2>
<TR>
<!-- Row 1 -->
<TD align=center colspan=4> R1C1 </TD>
</TR>
<TR>
<!-- Row 2 -->
<TD align=center> R2C1 </TD>
<TD align=center> R2C2 </TD>
<TD align=center> R2C3 </TD>
<TD align=center> R2C4 </TD>
</TR>
<TR>
<!-- Row 3 -->
<TD align=center colspan=4> R3C1 </TD>
</TR>
<TR>
<!-- Row 4 -->
<TD align=center> R4C1 </TD>
<TD align=center> R4C2 </TD>
<TD align=center> R4C3 </TD>
<TD align=center> R4C4 </TD>
</TR>
</TABLE>



How to make a slide presentation ? ( แก้ไขแล้ว )

โพสต์‎‎7 ส.ค. 2551, 23:42‎‎โดยพระมหานัธนิติ สุมโน   [ อัปเดต ‎‎8 ส.ค. 2551, 6:24‎‎ ]

การสร้าง presentation นั้น ถ้าทำแบบเต็มรูปแบบ ควรทำด้วยโปรแกรมเฉพาะ เช่น powerpoint เป็นต้น
แต่ในที่นี้โจทย์คือ ทำไว้แสดงบนหน้าเว็บ และผู้ทำเป็นมือใหม่  จึงขอนำเสนอ การสร้าง presentation
ด้วย doc.google.com ซึ่งเป็นบริการหนึ่งของ google ( ไม่เคยคิดเลยว่า google เป็นมากกว่า search
engine )

ขั้นตอนต่าง ๆ ได้ทำให้ดูเป็นตัวอย่างโดย video clip  ความยาวประมาณ 7 นาที ( แก้ไขให้ clip มีเสียง
บรรยายแล้วนะครับ แต่ภาพที่ได้ไม่ค่อยชัดเท่าไร เพราะต้องแปลงข้อมูลให้เล็กลงเพื่อนำขึ้น youtube )


ไม่เข้าใจตรงไหนเมลมานะครับ



ผลงานที่สร้างเป็นตัวอย่าง



ขั้นตอนโดยย่อ

การสร้าง slide presentation

1 เข้าไปที่ docs.google.com
2 เลือก new > presentation
3 เข้าสู่หน้า presentation editor แล้ว เริ่มจากเลือก theme ซึ่งทุก slide จะมี theme เดียวกันทั้งหมด
4 เลือก layout ของแต่ละ slide ( แต่ละ slide เป็นอิสระ ไม่ีเหมือนกันได้ )
5 ใส่ content
6 เพิ่ม slide แล้วทำอย่างเดิม จนครบทุกหน้าที่ต้องการ
7 save
8 กลับไปที่ doc.google.com จะเห็น presentation ของเราอยู่ที่นั่น

การนำไปใช้

บน sites.google.com เลือกหรือสร้างหน้าที่เราต้องการ แล้ว เลือก insert
เลือก presentation จะปรากฎหน้าต่างให้เลือกว่า จะ show   presentation
ไหน เลือกที่ต้องการแล้ว กด save เป็นอันเรียบร้อย

นำไปใช้ที่อื่น เช่น googlepages.com ต้องนำ code html ไปติดไว้ในส่วน
ที่ต้องการ  code html หาได้จาก ปุ่ม menu มุมล่างขวาของ slide player
หรือ ด้วยการไปที่ docs.google.com เข้าไปที่ presentation ที่ต้องการ
แล้วเลือก publish อยู่แถว ๆ ขวา-บน เสร็จแล้วเลือก ตกลง สักครู จะได้
code จัดการ copy และนำไปแปะได้เลย

download  มาไว้ในเครื่องของเรา โดยเข้าไปที่ docs.google.com แล้ว
ทำเครื่องหมายถูก หน้า presentation ที่เราต้องการ เลือก more actions
แล้วเลือก save as PPT สักครู การ download ก็จะเริ่มขึ้น


สำหรับ slideshare.net

สำหรับ การทำ slide presentation บน slideshare.net นั้น หลังจากที่ quick tour ดูแล้ว
ไม่น่าจะสร้างได้ ต้องสร้าง slide presentation ขึ้นมาก่อน โดย powerpoint เป็นต้น หลัง
จากนั้นจึง upload ขึ้นไป เหมือน youtube.com ที่ไม่สามารถสร้าง video บนนั้นได้ เป็น
เพียงที่เก็บรวบรวม หรือ host เท่านั้น แต่ก็มีดีที่สามารถ upload ได้มากถึง 100 MB/file

หากใครมีฝีมือในการสร้าง slide presentation ก็น่าสนใจดีครับ  เห็นว่ามีการประกวดด้วยนะ

Chainging webboard's logo

โพสต์‎‎6 ส.ค. 2551, 4:51‎‎โดยพระมหานัธนิติ สุมโน   [ อัปเดต ‎‎6 ส.ค. 2551, 4:52‎‎ ]

การเปลี่ยน logo ของ webboard ( invisionplus ) >>click here ( link to IP forum )<<

Before Publish

โพสต์‎‎6 ส.ค. 2551, 4:50‎‎โดยพระมหานัธนิติ สุมโน   [ อัปเดต ‎‎6 ส.ค. 2551, 4:51‎‎ ]

               สิ่งสำคัญในการทำเว็บคือสามารถส่งสารให้กับผู้เข้าชมได้อย่างถูกต้อง และดูดี ฉะนั้น หลังจากที่เราสร้าง page ขึ้น แล้วควรตรวจ

     ให้แน่นอนว่า การแสดงผลถูกต้อง และที่สำคัญคือ ต้องตระหนักเสมอว่าผู้ที่เข้ามาชมอาจไม่ได้ใช้ browser เดียวกับเราเสมอไป มิเช่นนั้น

     อาจเป็นอย่างในรูปนี้

             ซ้ายมือ คือ การแสดงผลบน Firefox 3 ส่วนขวามือ คือ การแสดงผลบน Opera 9.5 จะเห็นได้ว่า การแสดงผลผิดพลาด โดย

     ใน Firefox ตัวหนังสือที่ เน้นเข้ม จะอ่านยากมาก  ส่วนใน Opera ตัวหนังสือจะเลยหน้า

             ไม่ยากสำหรับวิธีการป้องกันและแก้ไข อยู่ที่การเลือก font ให้ดี เท่าที่ลองมาทั้งหมด font ที่ดี อ่านง่าย และ ใช้ได้กับทุก ๆ

     browser คือ Tahoma แต่ถ้าระบบที่ใช้ อย่างใน googlepages นี้ ไม่มีให้เลือก ก็ให้ใช้ Arial หรือ Verdana ปัญหาใน Firefox

    ก็จะหมดไป  ส่วนใน Opera การตัดบรรทัดทำได้ไม่ดีนัก แก้ได้ด้วยการตัดบรรทัดเอง อย่างในเว็บที่กำลังดูกันอยู่นี้ จะเห็นว่า ช่องว่าง

    ระหว่างบรรทัด มากพอประมาณ เนื่องจากใช้วิธีเคาะ enter ทุก ๆ บรรทัด ไม่ปล่อยให้ระบบตัดให้ เพื่อความแน่นอน ผลพลอยได้ก็คือ

    มีช่องว่างระหว่างบรรทัดเพิ่มขึ้น รู้สึกอ่านสบายตาขึ้น ลองทำกันดูนะครับ

            หา browser ยอดนิยม อย่าง Firefox และ Opera ติดเครื่องไว้เลยครับ คราวหน้าก่อน publish จะได้ตรวจสอบการแสดง

    ผลได้

            Firefox 3 free download >>click here<<

            Opera 9.5 free download >>click here<<

            Safari free download >>click here<<

How to make a banner

โพสต์‎‎6 ส.ค. 2551, 4:46‎‎โดยพระมหานัธนิติ สุมโน   [ อัปเดต ‎‎6 ส.ค. 2551, 4:49‎‎ ]

หน้านี้เกี่ยวกับการสร้างแบนเนอร์ ( banner ) ซึ่งเป็นตัวช่วยอย่างดีในการเพิ่ม traffic ของ web สำหรับข้อมูลพื้นฐานเช่น

banner คืออะไร หรือว่า มีขนาดมาตรฐานที่ กว้างxสูง เท่าไรนั้น ศึกษาเพิ่มเติม >>ที่นี่<< ในหน้านี้ขอยกตัวอย่างแบนเนอร์ที่มีขนาด

เป็นที่นิยมใช้เพื่อแลกเปลี่ยนกันในหมู่คนทำเว็บคือขนาด 88x31 ซึ่งเป็นขนาดเล็กที่สุด ( ใหญ่กว่านี้มักเป็นโฆษณาที่มี่ค่าใช้จ่าย )

ขั้นตอนการทำแบนเนอร์

1 เตรียมวัตถุดิบ ได้แก่รูปที่เราต้องการทำเป็นแบนเนอร์ นิยมทำเป็น รูป *.gif คือเป็น animation เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ดู

น่าสนใจกว่า ในกรณีนี้เราสามารถสร้างรูป ได้ด้วย application PhotoScape ที่เคยแนะนำไว้ในหน้า Free Applications

สร้างให้ได้ขนาดที่เราต้องการ สมมติว่าเป็น 88x31 อย่างเช่นรูปนี้

2 นำรูปที่สร้างเสร็จแล้ว ไปฝากไว้ที่เว็บรับฝากรูปต่าง ๆ ( แนะนำ photobucket.com ) หรือ ฝากไว้ที่ website ของ

ตัวเองก็ได้ ทำเหมือนอย่างเวลาเราจะนำรูปขึ้นเว็บนั่นเอง เมือ up รูปแล้ว click ขวาที่รูป ดู properties จะได้ url ก็จัดการบันทึก

ไว้เลย รูปตัวอย่างฝากไว้ที่web ของตัวเอง สิ่งที่ต้องการคือ url ของรูป สำหรับ url ของรูปนี้คือ

http://www.igetweb.com/www/puresed/private_folder/banner88x31.gif

3 เตรียม code html ดังนี้

<a href=" url web ของเรา " target="_blank" ><img src=" url ของรูป " alt=" ข้อความเมื่อวางเมาส์ "

title=" ข้อความเมื่อวางเมาส์ " ></a>

สำหรับตัวอย่างของเราจะได้ code html นำไปแปะได้ทุกทีที่อนุญาต html

<a href="http://www.puresed.igetweb.com" target="_blank"><img src="http://www.igetweb.com/www/puresed/private_folder/banner88x31.gif" alt="เพียวเสด ม.เกษตร" title="เพียวเสด ม.เกษตร"></a>

4 ขั้นสุดท้าย ก็คือการแจกจ่าย code ของเราให้กับ website อื่น ๆ ทำได้หลายวิธี เช่น การซื้อโฆษณา เป็นต้น แต่ว่าเราเน้น

ของฟรี แนะนำว่าแลกกันดีกว่าครับ เราติดของเขา เขาติดของเรา ยุติธรรมดี

ตัวอย่าง banner ที่ทำเสร็จแล้ว

เพียวเสด ม.เกษตร

ลอง click ดูครับ

อีกอย่างหนึ่ง อ่านจบแล้ว ช่วยนำแบนเนอร์นี้ไปแปะไว้ที่เว็บของคุณด้วยนะครับ :)


‹ ก่อนหน้า    1-10 จาก 14    ถัดไป ›

ความคิดเห็น (1)

พระมหานัธนิติ สุมโน - 16 ส.ค. 2551, 4:01

เรื่องต่อไป
เมื่อเริ่มคิดจะมีเว็บ