การโจรกรรมทางวรรณกรรม

 
 
            การขโขมยความคิดของผู้อื่นมาแอบอ้างว่าเป็นของตนซึ่งคำภาษาอังกฤษใช้ว่า "plagiarism" ราชบัณฑิตยสถานบัญญัติคำนี้เป็นภาษาไทยไว้ว่า "การโจรกรรมทางวรรณกรรม" หมายถึงการจงใจขโมยหรือละเลยนำงานสร้างสรรค์ของผู้อื่นบางส่วนหรือทั้งหมดมาแอบอ้างว่าเป็นของตนเอง

            ในวงวิชาการ การสื่อสารมวลชนและวงการศิลปะถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงมีบทลงโทษต่างๆ กันไป เช่นถอดจากตำแหน่งทางวิชาการ หรือฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย การกระทำเช่นนี้บางครั้งไม่ได้ตั้งใจหรือจงใจ หรือกระทำลงไปเพราะไม่ตระหนักว่าเป็นความผิดร้ายแรง ดังนั้น นิสิตนักศึกษาจึงพึงต้องรู้ เข้าใจและตระหนักเกี่ยวกับปัญหา
ทางการโจรกรรมทางวรรณกรรมไว้บ้างก็จะดียิ่ง


ดูแก่นสาระ "การโจรกรรมทางวรรณกรรม" ในวิกิพีเดีย


            นี่คือคดีตัวอย่าง .......มาร์ก ชาเบดี ศาตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยวิทวอเตอส์รานด์ ในประเทศแอฟริกาใต้ ได้ทำโจรกรรมทางวรรณกรรมของผู้อื่นมาใช้ในวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของตน โดยใช้งานที่เขียนโดยคิมเบอร์ลีย์ เลเนแกรนแห่งมหาวิทยาลัยฟลอริดาที่ ลอกมาคำต่อคำ เมื่อเลเนแกรนพบเข้า เธอได้ขอให้มีการสอบสวนชาเบดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ ชาเบดีถูกไล่ออกและถอนตำแหน่งศาสตราจารย์ มหาวิทยาลัยเดิมที่เขาเรียนจบมาก็ได้ถอนปริญญาเอกของเขาด้วย.[14] (หมายเลข OCLC วิทยานิพนธ์ดังกล่าวคือ AAG9801108 และAAI9980001.)...จากวิกิพีเดีย




เดชา บุญค้ำ
Copy Bright 2009 (ไม่สงวนลิขสิทธิ์ พุทธศักราช 2552 - เชิญเผยแพร่ต่อได้เต็มที่ แต่สำหรับงานที่ผู้อื่นเขียน: โปรดแจ้งชื่อผู้เขียนหรือเจ้าของด้วย)
หน้าเว็บย่อย (1): กรณีศึกษา