ถ้าทุกคนมีทักษะในการคิดเชิงวิจารณญาณมากพอ หรือถ้าประเทศไทยบรรจุและสอนวิชานี้อย่างจริงจังในทุกระดับการศึกษาของประเทศมาตั้งนานแล้ว เหตุการณ์อย่างนี้คงไม่เกิดลุกลามใหญ่โตได้มากจนน่าทึ่งขนาดนี้ ผมอ่านคอลัมน์ต่างๆ ในหนังสือพิมพ์หลายฉบับแล้วรู้สึกยังไงไม่ทราบ อ่านแล้วเหมือนคนเมา เอนซ้ายทีขวาที ยังไม่พบไอ้ที่อ่านแล้วยืนตรงๆ ได้สักที เมื่อวานนี้ผมอ่านบทความหนึ่งในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์รายวัน (14 เมษายน 2552) อ่านแล้วรู้สึกไม่โซเซ ชอบใจจึงแปลมาใช้เป็นกรณีศึกษาเกี่ยวกับการคิดเชิงวิจารณญาณที่ผมสนใจ เพราะในความเห็นของผม บทความนี้หาจุดจบของเรื่องวุ่นวายขณะนี้ได้จริงๆ ชัดเจนมากด้วย แต่ก็นั่นแหละครับถ้าคนไทยเราขาดทักษะการคิดที่ดี เรื่องก็คงจะลากยาวไปอีกนานเพราะเรามี.... ...........ตัวกั้นขวางการคิดเชิงวิจารณญาณที่มีติดตัวกันมาแต่กำเนิดได้แก่
ผู้เขียนบทความเป็นฝรั่งผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นคนนอก ไม่ฝักไฝ่ฝ่ายใดและผมคิดว่ามีทักษะการคิดเชิงวิจารญาณสูงจึงหาข้อยุติได้ง่าย ง่ายจริงๆ ถ้าทุกฝ่ายยอมรับผิดและยอมรับโทษในสิ่งที่ตนทำลงไป ผมขอขอบคุณหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์และ ดร. เดวิด สเตร็กฟัสไว้ ณ ที่นี้ด้วย การแปลผมอาจไม่ดี แปลไปตามประสาคนนอกวงนักแปล ดังนั้น ท่านที่ประสงค์อ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษโปรดอ่านได้ในหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวประจำวันที่ 14 เมษายน 2552 บทความที่เป็นสาระ จะอยู่ในรูปของ PDF File ที่แนบใน Attachment ท้ายของในแต่ละหน้า คลิกอ่านบทความ เดชา บุญค้ำ
Copy
Bright 2009 (ไม่สงวนลิขสิทธิ์ พุทธศักราช 2552 -
เชิญเผยแพร่ต่อได้เต็มที่ แต่สำหรับงานที่ผู้อื่นเขียน:
โปรดแจ้งชื่อผู้เขียนหรือเจ้าของด้วย) |