เสื้อเหลือง-เสื้อแดง-เสื้อน้ำเงิน


            หตุการณ์ปั่นป่วนทางการเมืองที่กำลังเกิดในขณะนี้ (15 เมษายน 2552) ซึ่งยังหาจุดจบไม่ได้นั้นเป็นผลที่เกิดจากการคิดทั้งสิ้น  ........."การคิดของเราที่ก็เป็นอย่างที่เป็นๆ กัน คือ ลำเอียง, บิดเบือน, เข้าข้าง, อวิชชา (ไม่รู้) หรือแย่ลงถึงขั้น คิดด้วยความมีอคติ และ คิดด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ จนถึง คิดด้วยความคุมแค้น" โดยแท้....

            ถ้าทุกคนมีทักษะในการคิดเชิงวิจารณญาณมากพอ หรือถ้าประเทศไทยบรรจุและสอนวิชานี้อย่างจริงจังในทุกระดับการศึกษาของประเทศมาตั้งนานแล้ว เหตุการณ์อย่างนี้คงไม่เกิดลุกลามใหญ่โตได้มากจนน่าทึ่งขนาดนี้


            ผมอ่านคอลัมน์ต่างๆ ในหนังสือพิมพ์หลายฉบับแล้วรู้สึกยังไงไม่ทราบ อ่านแล้วเหมือนคนเมา เอนซ้ายทีขวาที ยังไม่พบไอ้ที่อ่านแล้วยืนตรงๆ ได้สักที

            เมื่อวานนี้ผมอ่านบทความหนึ่งในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์รายวัน (14 เมษายน 2552) อ่านแล้วรู้สึกไม่โซเซ ชอบใจจึงแปลมาใช้เป็นกรณีศึกษาเกี่ยวกับการคิดเชิงวิจารณญาณที่ผมสนใจ เพราะในความเห็นของผม บทความนี้หาจุดจบของเรื่องวุ่นวายขณะนี้ได้จริงๆ ชัดเจนมากด้วย แต่ก็นั่นแหละครับถ้าคนไทยเราขาดทักษะการคิดที่ดี  เรื่องก็คงจะลากยาวไปอีกนานเพราะเรามี....
  

            ...........ตัวกั้นขวางการคิดเชิงวิจารณญาณที่มีติดตัวกันมาแต่กำเนิดได้แก่
  • ารถืออัตตา (Egocentrism): การคิดที่ใช้ตนเองเป็นที่ตั้ง
  • การถือพวก (Sociocentrism): การคิดที่ถือกลุ่มเป็นที่ตั้ง
  • ใช้ข้อสรุปที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุน (Unwarranted assumption): คิดว่าสิ่งที่ตนอ้างหรือเชื่อนั้นเป็นจริงทั้งๆ ที่ไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้รองรับ
  • การคิดที่ผูกโยง (Relativistic thinking): คิดว่าความเห็น “คือความจริง” หากทุกคนเห็นว่าจริงสิ่งนั้นต้องเป็นจริง ดังนั้น การผิดหรือถูกจึงแตกต่างกันไปตามความเห็นของตัวบุคคล ของกลุ่ม ของสังคม ของกระแสหรือต่างกันไปตามแต่ละวัฒนธรรมแต่ละศาสนา
  • การคิดตามใจอยากให้เป็น (Wishful thinking): เชื่อว่าเป็นความจริงเพราะในใจลึกๆ ปรารถนาอยากให้เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว

            ผู้เขียนบทความเป็นฝรั่งผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นคนนอก ไม่ฝักไฝ่ฝ่ายใดและผมคิดว่ามีทักษะการคิดเชิงวิจารญาณสูงจึงหาข้อยุติได้ง่าย ง่ายจริงๆ ถ้าทุกฝ่ายยอมรับผิดและยอมรับโทษในสิ่งที่ตนทำลงไป

            ผมขอขอบคุณหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์และ ดร. เดวิด สเตร็กฟัสไว้ ณ ที่นี้ด้วย การแปลผมอาจไม่ดี แปลไปตามประสาคนนอกวงนักแปล ดังนั้น ท่านที่ประสงค์อ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษโปรดอ่านได้ในหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวประจำวันที่ 14 เมษายน 2552 



บทความที่เป็นสาระ
จะอยู่ในรูปของ PDF File
ที่แนบใน Attachment ท้ายของในแต่ละหน้า



คลิกอ่านบทความ



เดชา บุญค้ำ
 
  
Copy Bright 2009 (ไม่สงวนลิขสิทธิ์ พุทธศักราช 2552 - เชิญเผยแพร่ต่อได้เต็มที่ แต่สำหรับงานที่ผู้อื่นเขียน: โปรดแจ้งชื่อผู้เขียนหรือเจ้าของด้วย)


ไฟล์แนบ (1)