พื้นที่บนเขากับระบบการพัฒนา

        เมื่อประชากรเพิ่ม ที่ดินเพื่อการเพาะปลูก (Arable land) ย่อมต้องเพิ่มขึ้น แม้จะมีเทคโนโลยีจาก "การปฏิวัติเขียว" (Green revolution) เข้ามาช่วยก็ยังไม่พอสำหรับอนาคตระยะยาว ดังนั้นจึงมีหลายประเทศออกกฎหมายสงวนพื้นที่เพาะปลูกที่เป็นที่ราบ โดยเฉพาะที่ราบลุ่มน้ำท่วมไว้เพื้อรองรับเอาไว้   ในขณะเดียวกันก็มีการกำหนดเกณฑ์ต่างๆ อนุญาตให้พัฒนาพื้นที่บนเขาได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ ประเทศฮิสราเอลและเกาหลีใต้เป็นตัวอย่างที่ดี เมื่อปี 2535 ผมไปประชุม IFLA World Congress ของสมาพันธ์ภูมิสถาปนิกนานาชาติ ซึ่งเกาหลีเป็นเจ้าภาพ เขาพาไปทัศนศึกษาสวนสนุกแห่งใหม่ ต้องนั่งรถขึ้นเขา ได้ถามเขาว่าทำไมจึงต้องขึ้นไปสร้างบนเขา เขาตอบว่าเกาหลีใต้เป็นพื้นที่ภูเขาเสียมากกว่า 70% และมีพื้นที่เพาะปลูกได้เพียง 17% ฉนั้น การใช้ที่ดินหรือกิจกรรมใดๆ ที่ขึ้นเขาได้โดยไม่มีผลกระทบมากนัก ก็จะให้ขึ้นเขากันหมด เช่นเดียวกับประเทศอิสราเอลที่มีพื้นที่เพาะปลูก 15.5%

        การพัฒนาพื้นที่บนเขาเพื่อสงวนพื้นที่ราบเพื่อการเกษตรกรรมนั้นแม้มีความจำเป็น แต่ก็ต้องมีความเข้มงวด ระมัดระวังไม่ให้กระทบกับระบบนิเวศและโครงสร้างทางธรณีวิทยา รวมทั้งระบบการระบายน้ำ แม้ประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกมากถึง 27.5% แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่จำเป็นต้องห้ามการใช้ที่เพาะปลูกชั้นดีมาทำเมืองชั้นเลว

        หลายปีมาแล้วผมอ่านพบบทความเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่บนเขา
ที่เป็นระบบของคุณจุฑา กฤษณามระในหนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวันเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2532 (บังเอิญลืมจดวันที่เอาไว้) น่าสนใจ จึงได้ตัดเก็บเอาไว้ และใคร่ขออนุญาตท่านผู้เขียนนำมาลงในเว็บนี้ด้วยครับ



โปรดคลิกดาวน์โหลด
ที่ไฟล์แนบ (1) ข้างล่างเพื่ออ่านบทความ

พื้นที่ภูเขากับระบบการพัฒนา-จุฑา กฤษณามระ.pdf







เดชา บุญค้ำ



Copy Bright 2009 (ไม่สงวนลิขสิทธิ์ พุทธศักราช 2552 - เชิญเผยแพร่ต่อได้เต็มที่ แต่สำหรับงานที่ผู้อื่นเขียน: โปรดแจ้งชื่อผู้เขียนหรือเจ้าของด้วย)


ไฟล์แนบ (1)