เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปี พ.ศ. 2550 กระทรวงวัฒนธรรมจึงได้พิจารณาปรับนโยบายด้านวัฒนธรรมของกระทรวงให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกเป็นผู้ร่างเพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับการปรับปรุงนโยบายของกระทรวงต่อไป โดยทั้งนี้กระทรวงจะจัดประชุมผู้เชี่ยวชาญและผู้เกี่ยวข้องสาขาต่างๆ มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โต้แย้งและให้แนวทางเพิ่มเติมเพื่อกระทรวงจะได้นำไปประมวลและจัดทำเป็นนโยบายของกระทรวงในส่วนที่มีผลกระทบจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อผมได้รับจดหมายเชิญให้เป็นผู้เขียนแนวทางในแง่ของการผังเมืองดังกล่าวก็รู้สึกแปลกใจ จึงเรียนถามท่านปลัดกระทรวงว่าเหตุใดจึงเจาะจงมาที่ผม ท่านบอกว่าเอาอาจารย์นั่นแหละเพราะไม่ใช่นักผังเมืองโดยตรง และอีกอย่างก็เกษียณแล้วคงจะว่างมาก ท่านบอกว่าผู้เชี่ยวชาญที่ยังไม่เกษียณมักไม่มีเวลาเอาเสียเลย จะทวงบ่อยก็เกรงใจประเดี๋ยวจะไม่ทันกำหนดเลยเจาะจงมาที่ผม ผมจึงตกลง อีกอย่างผมเดาว่านอกจากจะว่างมากกว่าแล้วท่านคงคิดว่าคนเกษียณแล้วก็มักจะฟุ้งซ่านไปตามโลกาภิวัตน์ ...และคงจะมีวิสัยทัศน์ฟุ่มเฟือยมากกว่าคนที่ปฏิบัติราชการจำเจอยู่ในกรอบอยู่ทุกวันกระมัง เพราะในทีโออาร์บ่งไว้ว่าจะต้องเขียนวิสัยทัศน์ด้วย อย่างไรก็ดี ข้อเสนอที่ผมเขียนยังไม่ใช่ตัว"นโยบายในมิติการผังเมือง" ของกระทรวง เป็นเพียงข้อมูลและแนวคิดที่จัดเตรียมสำหรับระดมสมองซึ่งได้จัดไปเมื่อปีที่แล้ว เข้าใจว่ากระทรวงคงได้นำผลการประชุมเชิงปฏิบัติการที่จัดขึ้นไปปรับนโยบายเดิมไปแล้ว เนื้อหาที่ปรับแล้วเป็นอย่างไรผมยังไม่เห็น บทความนี้เป็นอาหารสมองที่อาจเหมาะกับนิสิตนักศึกษาสาขาการผังเมือง ภูมิสถาปัตยกรรม นักผังเมืองและผู้สนในทั่วไป เดชา บุญค้ำ Copy Bright 2009 (ไม่สงวนลิขสิทธิ์ พุทธศักราช 2552 - เชิญเผยแพร่ต่อได้เต็มที่ แต่สำหรับงานที่ผู้อื่นเขียน: โปรดแจ้งชื่อผู้เขียนหรือเจ้าของด้วย) |