ทุกวันนี้ กรุงเทพฯ และเมืองต่างๆ ของไทยเรามีต้นไม้อัปลักษณ์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แลดูน่าสลดหดหู่ใจสำหรับผู้รักต้นไม้ เราคงเห็นจนชินตาที่ กทม. ขยัน "ตัดแต่ง" ต้นไม้ชนิดเหลือแต่ตอกิ่งทั้งๆ ที่ต้นไม้ต้นนั้นเคยงามสะพรั่งมาก่อน การตัดแต่งส่วนใหญ่ทำหลังจากที่ต้นไม้เพิ่งแตกพุ่มใบเขียวแก่มากแล้ว ซึ่งพร้อมแต่ยังไม่ทันได้สะสมพลังงานไว้สร้างความเจริญเติบโตแก่ส่วนต่างๆ ของมันเองในฤดูหน้า รวมทั้งการสร้างและขยายระบบรากสำหรับฤดูถัดไป ความอัปลักษณ์ดังกล่าวนี้อาจเป็นการตั้งใจทำด้วยความหวังดีของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น โดยนำหลักวิชาพืชสวนซึ่งเหมาะกับการจัดการสวนผลไม้มาใช้กับต้นไม้ใหญ่ในเมืองให้สวยงามดังต่างประเทศที่ใช้วิธีการทำไม้ตัดเรือนยอด (pollarding) ที่ไม่ทำให้ต้นไม้เสียสุขภาพ หรืออาจเป็นการกระทำทั้งของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่อ้างถึงความจำเป็นต้องตัดกิ่งที่ระสายไฟออกพอให้พ้นสายไฟเป็นปีๆ ไปโดยไม่ให้ความสำคัญในด้านความงามและสุขภาพของต้นไม้ โดยหารู้ไม่ว่าการตัดลักษณะนั้นกลับเป็นการสร้างปัญหาให้หนักการระสายไฟฟ้ามากยิ่งขึ้นในปีต่อๆ ไป การปฏิบัติผิดๆ ดังกล่าวเหล่านี้เป็นต้นเหตุหลักที่ทำให้ต้นไม้อัปลักษณ์ที่มีอันตรายในเมืองเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ดังกล่าวมาแล้ว ผมได้มีโอกาสบรรยายแนะนำเรื่องเกี่ยวกับความอัปลักษณ์ของต้นไม้ใหญ่ในเมืองให้ราชบัณฑิตและภาคีสมาชิกสำนักศิลปกรรมได้ทราบเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในลักษณะเล่าสู่กันฟังเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2552 ได้เตรียมบทความสั้นๆ ประกอบการบรรยายด้วย เห็นว่าน่าจะเผยแพร่ต่อในเว็บแก่นสาระนี้บ้าง และโดยที่ผมบรรยายด้วยภาพเลื่อนพาวเวอร์พอยท์ด้วย มีภาพประกอบมากกว่าตัวบทความจึงได้นำมาลงในเว็บนี้ไปพร้อมกัน คลิกดาวน์โหลดเพื่ออ่านบทความ ความอัปลักษณ์ของต้นไม้-doc.pdf คลิกดาวน์โหลดเพื่อดูพาวเวอร์พอยท์ ความอัปลักษณ์ของต้นไม้-ppt.pdf เผยแพร่ต่อ 13 พ.ค. 2552 เดชา บุญค้ำ Copy Bright 2009 (ไม่สงวนลิขสิทธิ์ พุทธศักราช 2552 - เชิญเผยแพร่ต่อได้เต็มที่ แต่สำหรับงานที่ผู้อื่นเขียน: โปรดแจ้งชื่อผู้เขียนหรือเจ้าของด้วย) |
