มาบตาพุดนิคมอุตสาหกรรมสะอาด ร่มรื่น น่าอยู่ใน 5 ปี


            
ผมเคย "คุยโม้" กับผู้คุ้นเคยที่เขาไม่ถือสาผมว่า ผมสามารถทำให้นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดให้กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่สะอาด ร่มรื่นสวยงามและน่าอยู่ น่าเที่ยวได้ภายใน 5 ปี ไอเดียหรือความฟุ้งซ่านนี้เกิดจากการบังเอิญผมอยากจะรู้ว่า "พลาสมา" มันเป็นอย่างไร จากการค้นหาในเว็บทำให้ผมเจอเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งความจริงก็ไม่ใหม่เพราะค้นพบกันมานานเกือบศตวรรษมาแล้ว แต่ที่ใหม่เพราะมีเทคโลโลยีใหม่ๆ ที่ราคาถูกมาเสริมให้เครื่องมีประสิทธิภาพสูงขึ้นทำให้ราคาเครื่องถูกลงในขณะที่ราคาเชื้อเพลิงสูงมากขึ้น และที่สำคัญคือมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของทางการที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ด้วยองค์ประกอบต่างๆ เองนี้ทำให้เครื่องพลาสมาดังกล่าวผลิตออกมาได้ในราคาต่ำลงแต่มีประสิทธิภาพมากกว่าเครื่องระบบเก่าที่ก้าวหน้าที่สุด

            เครื่องที่ว่านั้นก็คือ "ตัวเปลี่ยนด้วยพลาสมา" (Plasma Converter) เครื่องนี้ใช้พลาสมาเปลี่ยนขยะหรือสารพิษทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นของแข็ง ของเหลวหรือก๊าซให้กลายเป็นอะตอมโดดๆ เช่น H หรือก๊าซสังเคราะห์อื่นๆ ขายได้ทั้งหมด โดยไม่มีการเผาใหม้ เตาพลาสมาที่ร้อนกว่าผิวดวงอาทิตย์ทำให้ขยะหรือสารพิษทุกชนิดซึ่งเป็นสารประกอบของอะตอมต่างชนิดที่กอดกันแน่นอยู่เกิดตกใจ "ปล่อยมือ" กลายเป็นอะตอมของธาตุอิสระที่
ไร้พิษสง เช่นไซยาไนด์ (CN) ซึ่งประกอบด้วยอะตอมคาร์บอนกับไนโตรเจนอิสระไม่มีพิษภัยที่เมื่อเกาะกันแน่นกลับกลายเป็นยาพิษ ผมว่าอาจเป็นเพราะความรักที่มากเกินเหตุของมันทั้งสองก็ได้โดยเฉพาะที่ไปคบกับอะตอมของไฮโดรเจนกลายเป็นไฮโดรเจนไซยาไนด์ ที่ทำให้มันกลายเป็นยาพิษร้ายแรงถึงตายได้ทันทีที่กินหรือสูดมันเข้าไป ส่วนที่เป็นธาตุสถานะของแข็งจะไหลออกมาเหมือนลาวาและจะแข็งเป็นก้อนมีปริมาตรเหลือเพียง 1 ใน 300 แถมยังนำไปถลุงส่วนที่เป็นโลหะส่งขายได้อีก ที่เป็นซิลิเกตหรือทรายแข็งนำไปทำผงขัดหรือวัสดุก่อสร้างได้ สรุปแล้วก็คือ ไม่มีอะไรเหลือเพราะขายได้หมด ทำให้ค่ากำจัดขยะเหลือ 0.00 บาท/ตัน นอกจากนี้ค่าไฟฟ้าที่ใช้เดินเครื่องไป 1 กิโลวัตสามารถ ผลิตไฟฟ้าได้ 2.5 กิโลวัต (ถ้าเป็นขยะที่มีวัสดุพวกพลาสติกหรือยางมาก) จึงน่าสนใจมากจริงๆ แต่นี่ก็เป็นคำโฆษณาของผู้ผลิตเครื่อง เทศบาลมาบตาพุดน่าซื้อเครื่องเล็กมาใช้และประเมินสัก 1 ปีก่อนตัดสินใจสั่งเครื่องใหญ่

            ปัจจุบันมีผู้ผลิตเครื่องนี้ในเชิงพาณิชย์จำหน่ายในสหรัฐฯ  5- 6 บริษัท มีโรงงานที่เปิดทำการมานานแล้วหลายแห่งในโลกแต่เป็นเทคโนโลยีที่เก่ากว่าและตั้งแต่ค่าน้ำมันโลกยังถูกกว่านี้ เรื่องต่างๆ ดังกล่าวเหล่านี้ มีแหล่งทรัพยากรความรู้ให้ค้นดูได้หลายแหล่ง ถ้าอยากพิสูจน์สามารถเข้าเว็บต่างๆ ได้ เช่น ที่

เครื่องกำจัดขยะโดยวิธีเปลี่ยนขยะและสารพิษทุกชนิดให้เป็นก๊าซและของแข็งที่สะอาด มีขนาดตั้งแต่ไม่กี่กิโลกรัมต่อวันไปจนถึงมากกว่า 100 ตันต่อวัน
นอกจากก๊าซพลอยได้ที่ใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมดแล้วของแข็งพลอยได้ก็ใช้ประโยชน์ไ
ด้เกือบหมดเช่นกัน

    
        ....ประเด็นความสนใจของผมเกี่ยวกับมาบตาพุดก็คือ การมุ่งสู่ การแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ ด้วย ศิลปะและวิทยาศาสตร์ นั่นคือการสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่สะอาด ร่มรื่น น่าอยู่น่าเที่ยวด้วยการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แท้ที่ก้าวหน้าที่สุดร่วมกับการวางแผนกายภาพโดยใช้วิชาภูมิสถาปัตยกรรม การออกแบบชุมชนและเคหการและวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง

            ระบบกำจัดของเสียด้วยพลาสมามีศักยภาพในการกำจัดของเสียทุกรูปแบบที่เกิดที่มาบตาพุดได้แบบเบ็ดเสร็จ การรีบปรุงภูมิทัศน์และปลูกต้นไม้ใหญ่อย่างเป็นระบบที่ถูกต้องให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนทำให้แลเห็นภูมิทัศน์เหมือนโรงงานตั้งอยู่ในป่าหรืออุทยาน ปิดบังสิ่งอุจาดตาให้มากเท่าที่ทำได้ จัดระบการสัญจรให้มีประสิทธิภาพขึ้น จัดระเบียบชุมชน จัดที่พักอาศัยให้สมบูรณ์ตามที่เมืองน่าอยู่น่าเที่ยวพึงเป็น ด้วยเคหการแบบพอเพียง (Afffordable housing) นั่นคือให้ตั้งแต่ผู้จัดการโรงงานลงไปถึงคนงาน คนกวาดถนนอยู่ร่วมกันได้อย่างหลากหลายและมีความสุขในสิ่งแวดล้อมที่ดีที่ใกล้ที่ทำงานนั้นเอง

            เหตุที่ผมฟุ้งซ่านว่าน่าจะทำได้ใน 5 ปี ก็เนื่องจากปัญหามันรุนแรงจริงๆ ถึงขนาดศาลปกครองสั่งคุ้มครองให้ประกาศเป็นเมืองมลพิษไปแล้ว อีกทั้งยังได้ยินว่าจะต้องใช้เงินแก้ไขมากถึงเกือบ 1 ล้านๆ บาท   อนึ่ง ปัจจัยที่อาจเอื้อให้ชาวบ้านยินดีร่วมมือคือการได้ใช้ไฟฟ้าฟรี โดยสารรถเมล์ไฮโดรเจนฟรี บ้านเมืองสะอาดไร้ขยะ ไร้ควันและกลิ่นแก๊สแสบตาแสบจมูก ผมว่าอย่างน้อยๆ ใน 5 ปีแรก มลพิษน่าจะหมดไปได้เกือบสิ้นเชิง (ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐให้การสนับสนุนเต็มที่) ใน 10 ปี ต้นไม้ก็เติบโตร่มรื่นสวยงาม ถึงตอนนั้น การปรับปรุงผังชุมชนและระบบถนนน่าจะเรียบร้อยไปด้วย ...แต่ทั้งนี้โดยไม่เกี่ยวกับการเมือง


ทำไมภูมิทัศน์ที่สวยงามกับนิคมอุตสาหกรรมที่สะอาดปลอดภัยและผลผลิตสูงจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ .....ถ้าเราพยายาม
สถานที่จำลอง - บรรยากาศก็จำลอง ภาพจาก: Peter Walker and Partners Landscape Architecture


เดชา บุญค้ำ


Copy Bright 2009 (ไม่สงวนลิขสิทธิ์ พุทธศักราช 2552 - เชิญเผยแพร่ต่อได้เต็มที่ แต่สำหรับงานที่ผู้อื่นเขียน: โปรดแจ้งชื่อผู้เขียนหรือเจ้าของด้วย)