"........และที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง คือ โศรกน้ำต้นใหญ่ (และมะขาม) ทางบริเวณด้านใต้ได้ตายลงเพราะผลของความละเลยเช่นเดียวกัน (อีกต้นหนึ่งได้ตายลงแล้วครึ่งต้น ไม่ทราบว่าจะรอดหรือไม่)... เรื่องต้นไม้ดูออกจะเป็นสิ่งที่คนไทยเราส่วนใหญ่ไม่แลเห็นความสำคัญ ไม่รัก และทะนุถนอม เราไม่เคยเห็นว่ากาลเวลาที่ก่อกำเหนิดต้นไม้ใหญ่ทั้งหลายนั้นมีระยะทาง และคุณค่าขนาดไหน กว่าจะขึ้นรูปทรงอันสมสง่าของไม้ขึ้นมาให้เราได้ชื่นชมกันได้ นอกรั้วรัฐสภาด้านเขาดินวนา มีจามจุรีมหึมาขึ้นอยู่นอกรั้วต้นหนึ่ง ปัจจุบันได้ถูกโค่นลงแล้ว เพราะเทศบาลทำถนนซอยวิ่งขนานกับรั้วรัฐสภาด้านนี้ ทางฝ่ายภูมิสถาปนิกได้พยายามยับยั้ง แต่ไม่มีผู้ใดเห็นความสำคัญของจามจุรีต้นนี้ หลังจากวิ่งยั้งการตัดอยู่อาทิตย์กว่าๆ ภูมิสถาปนิกไม่อาจนำใบอนุญาตให้ชีวิตจามจุรีต้นนี้ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่เทศบาลได้ มันจึงถูกประหารไปอย่างน่าเศร้าที่สุด ทำให้การเชื่อมผสานของไม้ใหญ่ภายนอกและภายในหมดลงอย่างสิ้นเชิง พร้อมๆ กับความรู้สึกอันสง่างามแบบอนุสาวรีย์ (Monumentality Effect) ที่ได้จากต้นจามจุรีมหึมาต้นนั้น" ..........แสงอรุณ 2517 บทความนี้ลงคู่กับบทความ "สำนักงานรัฐสภา" ออกแบบโดย พล จุลเสวกและคณะในวารสารอาษา ปีที่ 3 ฉบับที่ 3 2517 ซึ่งมีภาพประกอบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่รูปภาพทั่วๆ ไป และรูปประติมากรรม 2 ชิ้นคือ "นกสองหัว" และ "ดอกทอง" ซึ่งท่านอาจารย์แสงอรุณพูดเล่นแกมสัพยอกให้ใครๆ ฟัง ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าท่านคงมิได้มีเจตนาดังนั้น ..ดังภาพข้างล่างนี้ Download บทความ เดชา บุญค้ำ รวบรวมและเผยแพร่ 28 มีนาคม 2552 Copy Brightly 2009 (ไม่สงวนลิขสิทธิ์ พุทธศักราช 2552 - เชิญเผยแพร่ต่อได้เต็มที่ แต่สำหรับงานที่ผู้อื่นเขียน: โปรดแจ้งชื่อผู้เขียนหรือเจ้าของด้วย) |

