Section1‎ > ‎

Power mind

Nick Vujicic ชายไม่มีแขน ขา แต่สร้างแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลก
นิค วูจิซิค  Inspiring Nation in 2009  
 
นิค  เป็นชายชาวออสเตรเลีย  เกิด ปี 2525
เขาพิการตั้งแต่กำเนิด ไม่มีแขน  ไม่มีขา
มีแค่นิ้วโป้ง 2 นิ้ว ที่ปลายขาข้างซ้าย
 
ลองชมวีดีโอนี้ดู  ทำเอาคนที่สมบูรณ์ๆ ครบ 32  อย่างเราอายไปเลย
 
 
Assumingly, along the way you may fall down like this
ความจริงแล้ว ระหว่างทางคุณอาจจะล้มลงอย่างนี้ 
 
So what you are doing when you fall down?
Get back up,
พวกคุณทำอย่างไรเวลาที่ล้มลง?  ลุกขึ้นใช่มั้ย  
 
everybody knows to get back up. Because if we stop walking, we will not get to any where
ทุกคนรู้ว่าต้องลุกขึ้น แล้วเดินต่อไป ไม่งั้นคงไปไม่ถึงไหน
 
But I tell you something, sometime in your life when you fall down,
แต่ผมจะบอกอะไรคุณบางอย่าง. อาจมีสักครั้งในชีวิตที่คุณล้มลง
 
and you feel like you don’t have a strength to get back up.
แล้วคุณมีความรู้สึกว่าคุณไม่มีแรงพอที่จะลุกขึ้น
 
Do you think you have hope? 
คุณคิดว่าคุณมีความหวังมั้ย
 
Because I tell you, I am down here, face down, 
อย่างที่ผมบอก, เมื่อผมล้มลง ก้มหน้าอยู่อย่างนี้
 
and I have no arms, no legs, it should be impossible for me to get back up?
ผมไม่มีแขน ไม่มีขา มันดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ ที่ผมจะลุกขึ้น
 
But it is not. You see, I will try 100 times to get up.
แต่มันไม่ใช่เลย  คุณรู้มั้ย ผมพยายามเป็นร้อยครั้งที่จะลุกขึ้น
 
If I fail 100 times, if I fail and I give up.
Do you think I am gonna to give up?
ถ้าผมล้ม 100 ครั้ง, ถ้าผมล้มแล้วยอมแพ้ 
คุณคิดว่าผมจะลุกขึ้นได้อีกมั้ย
 
No; but If I fail, I will try again, again and again. 
ไม่ ..แต่ถ้าผมล้ม แล้วผมพยายามซ้ำแล้วซ้ำเล่า
 
But I just want you to know it is not the end.
It matters how you get it finished.
ผมแค่อยากให้คุณทราบว่า .. มันจะไม่ใช่จุดจบ, 
มันสำคัญนะครับ ว่าคุณจะสิ้นสุดลงยังงัย
 
Are you going to finish strong? 
ถ้าคุณจะผ่านมันไปอย่างเข้มแข็ง
 
And you will find that strength to get back up like this!
คุณต้องอาศัยกำลังใจที่จะลุกขึ้น.........อย่างนี้ครับ
 
ใช่แล้ว  เราจะต้องผ่านมันไปได้ อย่างเข้มแข็ง
"Going to finish strong"
 
 
 
 
ไม่มีแขน-ขา แต่หัวใจยังสู้ต่อไป   
แทนที่จะมัวหมกมุ่นสงสารตัวเอง หรือโกรธเกรี้ยวผู้คนรอบข้างด้วยเหตุผลต่างๆ 
นานาของ “ความไม่ยุติธรรม” (Why me?) เขากลับบอกพ่อแม่ว่าเขาอยากใช้ชีวิตปกติ 
ไม่ต้องการให้ใครมาดูแล หรือปฏิบัติต่อเขาอย่างพิเศษ — แล้วเขาก็ใช้ชีวิตปกติ ไปโรงเรียน
สามัญเรียนร่วมกับเพื่อนที่มีร่างกายสมบูรณ์ ผู้คนต่างมองเขาอย่างประหลาดใจ โดยที่ไม่ได้
ตระหนักเลยว่าสิ่งที่พวกเขาคิดกับความเป็นจริงนั้น เป็นคนละเรื่องเลย เขาเรียนจบทางบัญชี และ
ปัจจุบัน เป็นนักสร้างแรงบันดาลใจที่เดินรอบโลก เพื่อพูดกับเด็ก-วัยรุ่นที่มีความคับข้องใจ ไม่
พอใจ เป็นตัวอย่างที่มีชีวิต แสดงให้เห็นว่าที่แต่ละคนมีนั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน จะทุกข์ร้อนอะไร
นักหนา
 
 
 
 
 
Rick and Dick Hoyt  (ริค และ ดิค ฮอยท์) The Father & Son
 
คลิปที่มี View บน youtube.com นัีบ 1.4 ล้าน View มี Comments นับ 1000 Comments ขอบคุณคลิปนี้ที่ ทำให้เรามีกำลังใจ
My Redeemer Lives – Team Hoyt
 
หลายๆคนที่ได้ดู clip นี้แล้ว อาจมีแรงในการต่อสู้ปัญหาต่างๆ ในชีวิตที่เกิดขึ้น เมื่อ "ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา"
 
True Story …
เรื่องจริง …
 
A son says to his father: ‘Dad, would you be willingly to run a marathon with me?’
วันนึงลูกชายได้พูดกับพ่อของเขาว่า “พ่อครับ พ่อจะไปวิ่งมาราธอนกับผมได้ไหม”
 
The father, despite his age and a heart disease, says ‘YES’.
ถึงแม้ว่าตัวคุณพ่อเองจะอายุมากแล้ว แถมยังเป็นโรคหัวใจ เขาเลือกที่จะตอบลูกของเขา กลับไปว่า “ได้ซิลูก”
 
And they run that marathon, together.
หลังจากนั้นทั้งสองก็วิ่งมาราธอนด้วยกัน
 
The son asks: ‘Dad, can you run another marathon with me?’ Again father says  ‘YES’.
อีกวันหนึ่ง ลูกชายได้ถามพ่อของเขาอีกครั้งว่า “พ่อครับ พ่อจะวิ่งมาราธอนกับผมอีกครั้งได้ไหม” แน่นอนว่า พ่อตอบกลับไปว่า “ได้ซิลูก” 
 
They run another marathon, together.
เขาทั้งสองก็ได้วิ่งมาราธอนรายการอื่นอีกครั้งด้วยกัน
 
One day the son asks his father: ‘Dad, would please do the Iron Man with me?’
และอีกวันหนึ่ง ลูกชายก็ถามพ่อของเขาอีกครั้งว่า “พ่อครับพ่อจะลงแข่ง Iron Man กับผมได้ไหม”
 
Now just in case you wouldn’t know, ‘The Iron Man’ is the toughest triatlon in existance; 4km swimming, then 180 km by bike, and finaly another 42 km running, in one stroke.
(สำหรับคนที่ไม่รู้ว่า Iron Man คืออะไร มันก็คือไตรกีฬานั่นเองในภาษาไทย รายการนี้จะรวม มนุษย์เหล็กจากทั่วโลกมาแข่งขันกันโดยแบ่งออกเป็นว่ายน้ำ 4 กิโลปั่นจักรยาน 180 กิโลและวิ่ง 42 กิโล โดยไม่มีการหยุดพักใครเข้าเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะ) 
 
Again father says ‘YES’
และก็อีกครั้งหนึ่งที่ผู้เป็นพ่อไม่ได้ตอบปฏิเสธ “ได้ซิลูก”
 
Maybe this doesn’t ‘touch’ you yet by heart … until you see this movie (put on sound!):
บางทีบทสนทนานี้คุณอาจจะยังไม่เข้าใจ และยังไม่เกิดความประทับใจกับมัน…จนกระทั่งคุณได้ดูคลิปต่อไปนี้
 
 
 
 
 
 
 
Dick Hoyt คุณพ่อวัย 65 ปี ของ Rick Hoyt ลูกชายวัย 43 ปี สองพ่อลูกจากรัฐ 
Massachusetts ได้เข้าร่วมการแข่งขันกรีฑามากมายถึงเก้าร้อยกว่ารายการ รวมถึงกีฬาการ
แข่งขันไตรกีฬาสุดโหด ที่การแข่งขันประกอบด้วย การว่ายน้ำ ในทะเล ระยะทาง 3.86 กม.ปั่น
จักรยาน ระยะทาง 180.2 กม.และการวิ่งมารธอนระยะทาง 42.195 กม. ซึ่งในคนปกติก็ยาก
หนักหนาอยู่แล้ว แต่พ่อลูกคู่นี้ไม่ธรรมดา!!!
 
Rick ลูกชายป่วยด้วยภาวะสมองพิการหรือ cerebral palsy เนื่องจากสมองขาดออกซิเจนจาก
สายสะดือพันคอตั้งแต่แรกเกิด หมอที่ดูแลบอกว่าเขาต้องตกอยู่ในสภาวะที่เรียกว่าเป็น “ผัก” 
และบอกให้ทิ้งลูกไว้เมื่อเขาอายุได้แปดเดือน แต่ผู้เป็นพ่อและครอบครัวไม่ท้อใจ พวกเขาพา 
Rick กลับบ้านและเพียรพยายามเลี้ยงลูกอย่างดี
 
เมื่ออายุ 12 ปี Rick ได้เรียนรู้โดยการพิมพ์ผ่าน computer ที่ออกแบบพิเศษโดยใช้การ
เคลื่อนไหวของศีรษะ คำแรกที่เขาพิมพ์คือ “Go Bruins!” ( Bruins เป็นชื่อทีม ice hocky ที่มี
ชื่อ) ทำให้ครอบครัวได้รู้ว่า Rick เป็นแฟนกีฬาตัวยงเลยทีเดียว
 
ปี 1977 สองพ่อลูกได้เข้าร่วมการแข่งขันวิ่งระยะทาง 5 ไมล์เป็นครั้งแรก และนั่นเป็นจุดเริ่มต้น
ของการแข่งขันอีกหลายครั้ง รวมถึงปัจจุบันพวกเขาในนาม “Team Hoyt” ได้เข้าร่วมการ
แข่งขันถึง 958 รายการ (นับถึง ม.ค. ปีนี้) ซึ่งเป็นไตรภาคีถึง 224รายการ
Dick ใช้อุปกรณ์พิเศษอันได้แก่ ที่นั่งด้านหน้าติดจักรยาน เรือพิเศษเวลาว่ายน้ำและ 
wheelchairเวลาวิ่ง พาลูกชายของเขาเข้าร่วมการแข่งขันไปทุกหนแห่งช่างเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่
 
“สิ่งเดียวที่เป็นความแตกต่างระหว่างเนินดินกับภูเขา นั่นก็คือบางสิ่งบางอย่างที่เรียกว่าทัศนคติ” 
Dick Hoyt
 
I CAN do all things through Him who strengthens me
“ผมสามารถที่จะทำอะไรก็ได้ผ่านเขา บุคคลที่ทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น”
Rick Hoyt
 
 
 
Susan Boyle - Britains got talent 2009
ซูซาน บอยล์ - คุณป้าเฉิ่ม โลกตะลึง 
หญิงชรา ร้องเพลงจนทั้งโลกตะลึง ผู้สามารถหยุดเสียงหัวเราะเยาะของคนได้ทั้งโลก
 
"การตัดสินคนเพียงแค่ภาพลักษณ์ภายนอก ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเสมอไป"
อย่าตัดสินคนจากภายนอก รูปร่างหน้าตา ไม่ได้บ่บอกว่าคน คนนั้นจะไม่ดีเสมอไป
Susan Boyle ทำให้ทั่งโลก ได้รู้ว่า ร่างกาย อายุ ได้ถูกความสามารถของเธอ กลบจนหายไปหมด
เธอเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ของโลกนี้จริงๆ ทำให้หลายๆคนมีกำลังใจ ต่อไป
 
Susan Boyle เคยอัดเพลง Cry me a reiver เมื่อปี 1999 ลงแผ่นเพลงเพื่อการกุศล 
เธอไม่ได้พยายามตามฝันเพื่อเป็นนักร้องต่อ เพราะเธอดูแลแม่ที่ป่วย 
หลังจากแม่เธอเสียชีวิตลงในปี 2007 เธอก็คิดที่จะพยายามอีกครั้งตาม
คำของแม่ที่บอกให้เธอคว้าโอกาสที่จะร้องเพลงต่อหน้าผู้คนจำนวนมากๆ
 
—Susan Boyle, The Washington Post :
“ Modern society is too quick to judge people on their 
appearances. … There is not much you can do about it; it 
is the way they think; it is the way they are. But maybe 
this could teach them a lesson, or set an example. ”
ซูซาน บอยล์ ได้ให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์ The Washington Post ไว้ว่า
สังคมยุคใหม่ตัดสินผู้คนแค่เพียงมองรูปกายภายนอก 
ซึ่งตัวคุณเองก็ไม่สามารถจะทำอะไรกับเรื่องนั้นได้ มันก็แค่เป็นวิถีทางที่พวกเขาคิด 
ที่พวกเขาเป็น แต่เรื่องราวของฉันคงจะสามารถสอนบทเรียนให้กับพวกเขาได้เป็นอย่างดี 
หรืออาจเป็นตัวอย่างให้มองเห็นได้
 
 
 
 
 
 
 
นับว่าเวลานี้ไม่มีใครไม่รู้จัก "ซูซาน บอยล์" สาวโสดวัยกลางคน ที่กล้าขึ้นเวที Britains 
Got Talent ฝ่าเสียงวิจารณ์ของกรรมการฝีปากกล้า เพื่อสานฝันการเป็นนักร้องของ
ตนเอง และเพียงแค่เธอขยับลูกคอก็ทำให้คนอังกฤษทั้งประเทศถึงกับอึ้งจนตอนนี้เธอ 
กลายเป็นสาวพลิกชะตาชีวิตด้วยตนเองจากหน้ามือเป็นหลังมือ และตอนนี้วิดีโอบันทึก
การประกวดของเธอบน YouTube เว็บไซต์ดังได้กลายเป็นวิดีโอที่มีผู้ชมมากที่สุดจาก
คนทั่วโลกเลยทีเดียว
เพียงไม่ถึง 2 สัปดาห์หลังมีการอัพโหลดวิดีโอการเข้าออดิชันของซูซาน ยอดผู้
เข้าชมวิดีโอดังกล่าวในเว็บไซต์ดัง YouTube มียอดผู้ชมปาไปแล้วกว่า 100 ล้านครั้ง 
นับเป็นสถิติใหม่ที่สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก ตามหลังวิดีโอที่มีชื่อว่า 
Evolution Of Dance ของจัดสัน เลพพลีย์ นักแสดงตลกชื่อดังที่วิดีโอของเขาถูกโพสต์
ไว้ใน YouTube
 
ซูซาน สาวใหญ่วัย 47 ปี ได้ให้สัมภาษณ์กับสตาร์ แม็กกาซีน ว่าเธอคิดว่าตัวเธอ
เองนั้นดูเหมือนโรงรถขนาดใหญ่ในทีวี แต่ทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ว่า "ถึงอย่างไรฉันก็มี
ความสุขตามแบบที่ฉันเป็น อีอ้วน!"
สาวแก่ชาวสก็อต ที่ใช้ชีวิตอยู่กับแมวที่มีชื่อว่า เพ็บเบิลส์ ยังมั่นใจในตนเองโดย
กล่าวว่าเธอดูดีกว่าแชมป์เก่าครั้งที่แล้วอย่าง พอล พอตต์ เสียอีก (Paul Potts) 
หาญกล้าตอบคำถามไซมอน โคเวล ที่ถามเธอว่าเธออยากเป็นเหมือนใคร ซึ่งเธอ
ตอบกลับว่าเธออยากเป็นเหมือนเอเลน เพจ ซึ่งทั้งหมดได้สร้างเสียงหัวเราะจากผู้ชม
และมองเธอเป็นตัวตลก
เธอยังกล่าวต่อไปด้วยว่าเธอฝันที่อยากจะแสดงในโรงละครใหญ่ๆ "ฉันอยากแสดง
ละครเวทีอยู่ในโรงละคร แต่ฉันไม่เคยได้รับโอกาสเหล่านั้นเลย"
นอกจากเธอจะสานฝันของตนเองที่อยากขึ้นร้องเพลงต่อหน้าคนมากมายแล้ว เธอ
ยังเผยถึงความฝันที่เธออยากจะแสดงต่อหน้าควีน อลิซาเบธด้วย "มันเป็นความมุ่งหวัง
ของฉัน ที่จะได้ร้องเพลงต่อหน้าราชินี พระองค์เป็นสุภาพสตรีที่สิริโฉมงดงามมาก แต่ที่
ฉันทำทั้งหมดนี้ฉันขออุทิศให้กับแม่ของฉัน ถ้าเธอยังอยู่และได้เห็นฉันในตอนนี้ เธอ
ต้องภูมิใจมากแน่ๆ" ฝันของเธอดูท่าว่าจะไม่ใช่เรื่องยากเสียแล้วเพราะผู้ชนะในรายการ
นอกจากจะได้ รับรางวัลเป็นเงินสด 100,000 ปอนด์แล้วยังมีโอกาสที่จะได้แสดง
ความสามารถของตนเองต่อหน้าพระพักตร์ราชินี อังกฤษในงาน เดอะ รอยัล วาไรตี้
เพอร์ฟอร์แมนซ์ด้วย
 
ซูซาน บอยล์ เป็นตัวอย่างที่ดี สำหรับทุก ๆ คนที่มีความฝัน 
อีแลง เพจ ซุเปอร์สตาร์ นักแสดงละครเวที นักร้องอังกฤษรุ่นลายคราม กล่าว