alliance

gsc
Graduate School of Commerce
Burapha University
 
 

 

 
คอยเตือน ยามเพื่อนพลั้ง คอยฟัง ยามเพื่อนขอ
คอยรอ ยามเพื่อนสาย คอยพาย ยามเพื่อนพัก
คอยทัก ยามเพื่อนทุกข์ คอยปลุก ยามเพื่อนท้อ
คอยง้อ ยามเพื่อนงอน คอยสอน ยามเพื่อนผิด
คอยสะกิด ยามเพื่อนเผลอ คอยเจอ ยามเพื่อนหา
คอยลา ยามเพื่อนกลับ คอยปรับ ยามเพื่อนเปลี่ยน
คอยเรียน ยามเพื่อนเที่ยว คอยเคี่ยว ยามเพื่อนเล่น
คอยเย็น ยามเพื่อนร้อน คอยหอน ยามเพื่อนเห่า
คอยเฝ้า ยามเพื่อนฟุบ คอยอุบ ยามเพื่อนปิด
คอยคิด ยามเพื่อนถาม คอยปราม ยามเพื่อนหลง
คอยปลง ยามเพื่อนแกล้ง คอยแบ่ง ยามเพื่อนหมด
คอยอด ยามเพื่อนทาน คอยคาน ยามเพื่อนล้ม
คอยชม ยามเพื่อนชนะ คอยสละ ยามเพื่อนชอบ
 
แล้ว เพื่อน ในความหมายของคุณล่ะ....เป็นแบบนี้มั๊ย
อย่าลืมให้ความสำคัญกับคนที่คุณเรียกว่า เพื่อน นะ โดยเฉพาะถ้าเค้าคือ เพื่อน จริงๆ
 
ที่มาของ กลอนเพื่อน : hilight.kapook.com
 
 
 
 
การไม่คบคนพาล
ลักษณะของคนพาลมี ๓ ประการคือ 
๑. คิดชั่ว คือ การมีจิตคิดอยากได้ในทางทุจริต มีความพยาบาท และมิจฉาทิฐิ คือเห็นผิดเป็นชอบ 
๒. พูดชั่ว คือ คำพูดที่ประกอบไปด้วยวจีทุจริตเช่น พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ และพูดเพ้อเจ้อ 
๓. ทำชั่ว คือ ทำอะไรที่ประกอบด้วยกายทุจริตเช่น การฆ่าสัตว์ ลักขโมย ฉ้อโกง ฉุดคร่าอนาจาร ประพฤติผิดในกาม 
รูปแบบของคนพาล มีข้อควรสังเกต คือ 
๑. ชอบแนะนำไปในทางที่ผิด หรือที่ไม่ควรแนะนำ อาทิเช่น แนะนำให้ไปเล่นการพนัน ให้ไปลักขโมย ให้กินยาบ้า ให้เสพยา ชวนไปฉุดคร่าอนาจารเป็นต้น เหล่านี้ถือว่าเป็นพาล 
๒. ชอบทำในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ อาทิเช่น ไม่ทำงานตามหน้าที่ของตนให้เรียบร้อย แต่กลับชอบจะไปก้าวก่ายยุ่งกับหน้าที่การงานของผู้อื่น หรือไปจับผิดเพื่อนร่วมงาน แกล้ง ยุยง นินทาว่าร้ายกันและกันเป็นต้น 
๓. ชอบทำผิดโดยเห็นสิ่งผิดเป็นของดี อาทิเช่น การสูบยาได้เป็นฮีโร่ เห็นคนที่ซื่อสัตย์เป็นคนโง่ไม่กินตามน้ำ ชอบรับสินบน ทุจริตในหน้าที่ หรือช่วยพวกพ้องให้พ้นจากความผิดเป็นต้น 
๔. จะโกรธเคืองเมื่อพูดเตือน อาทิเช่น การเตือนเรื่องการเที่ยวเตร่ เตือนเรื่องการดื่มเหล้า กลับบ้านดึก เตือนเรื่องการคบเพื่อนเป็นต้น คนพวกนี้จะโกรธเมื่อได้รับการตักเตือน และไม่รับฟัง 
๕. ไม่มีระเบียบวินัย อาทิเช่น ไม่เข้าคิวตามลำดับก่อนหลัง แต่ชอบแซงคิวอย่างหน้าด้านๆ ทิ้งขยะลงคลอง หรือข้างทาง ไม่เคารพกฎหมายของบ้านเมือง หรือ ของท้องถิ่นเป็นต้น
 
การคบบัณฑิต 
บัณฑิต หมายถึง ผู้ทรงความรู้ มีปัญญา หมั่นฝึกหาความรู้ มีจิตใจที่งาม และมีการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง รู้ดีรู้ชั่ว (ไม่ใช่คนที่จบปริญญาโดยนัย) มีลักษณะดังนี้คือ 
๑. เป็นคนคิดดี (มโนสุจริต) คือการไม่คิดละโมบ ไม่พยาบาทปองร้ายใคร รู้จักให้อภัย เชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ ความกตัญญูรู้คุณเป็นต้น 
๒. เป็นคนพูดดี (วจีสุจริต) คือ พูดจริง ทำจริงไม่โกหก ไม่พูดหยาบ ถากถาง นินทาว่าร้าย 
๓. เป็นคนทำดี (กายสุจริต) คือทำอาชีพสุจริต มีเมตตา ทำทานเป็นปกตินิสัย อยู่ในศีลธรรม ทำสมาธิภาวนา 
รูปแบบของบัณฑิต มีข้อควรสังเกต คือ 
๑. ชอบชักนำในทางที่ถูกที่ควร อาทิเช่นการชักนำให้เลิกทำในสิ่งที่ผิด ตักเตือนให้ทำความดีอย่างเช่น ให้เลิกเล่นการพนันเป็นต้น 
๒. ชอบทำในสิ่งที่เป็นธุระ อาทิเช่นการทำหน้าที่ของตนให้ลุล่วง และใช้เวลาที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ ไม่ก้าวก่ายเรื่องของผู้อื่นเว้นแต่จะได้รับการร้องขอ 
๓. ชอบทำและแนะนำสิ่งที่ถูกที่ควร อาทิเช่นการพูดและทำอย่างตรงไปตรงมา แนะนำการทำทานที่ถูกต้อง ทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น 
๔. รับฟังดี ไม่โกรธ อาทิเช่นเมื่อมีคนมาว่ากล่าวก็ไม่ถือโทษ หรือโกรธ หรือทำอวดดี แต่จะรับฟังแล้วนำไปพิจารณาโดยยุติธรรม แล้วนำมาแก้ไขปรับปรุง 
๕. รู้ระเบียบกฏกติกามรรยาทที่ดี อาทิเช่น การรักษาระเบียบวินัยขององค์กร เพื่อให้หมู่คณะมีความเป็นระเบียบ และการดำเนินงานไม่สับสน หรือการรักษาความสะอาด ปฏิบัติ และเคารพกฎ ของสถานที่ ไม่ทำตามอำเภอใจ 
 
ที่มา : มงคล 38 ประการ
 
มิตรเทียม-มิตรแท้  บางส่วนจากหนังสือ ธรรมนูญชีวิต
การคบเพื่อนเป็นสิ่งสำคัญ มีผลต่อความเจริญก้าวหน้าและความเสื่อมของชีวิตอย่างมาก
จึงควรทราบหลักธรรมเกี่ยวกับเรื่องมิตรที่เป็นข้อสำคัญๆ ไว้ ในที่นี้จะแสดงเรื่องคนที่ควรคบ คนที่ไม่ควรคบ
และหลักปฏิบัติต่อกันระหว่างมิตรสหาย ดังต่อไปนี้
ก. มิตรเทียม พึงรู้จักมิตรเทียม หรือศัตรูผู้มาในร่างของมิตร (มิตรปฏิรูปก์) ๔ ประเภท ดังนี้
๑. คนปอกลอก ขนเอาของเพื่อนไปถ่ายเดียว (หรชน) มีลักษณะ ๔
    ๑. คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว
    ๒. ยอมเสียน้อย โดยหวังจะเอาให้มาก
    ๓. ตัวมีภัย จึงมาช่วยทำกิจของเพื่อน
    ๔. คบเพื่อน เพราะเห็นแก่ประโยชน์
๒. คนดีแต่พูด (วจีบรม) มีลักษณะ ๔
    ๑. ดีแต่ยกของหมดแล้วมาปราศรัย 
    ๒. ดีแต่อ้างของยังไม่มีมาปราศรัย 
    ๓. สงเคราะห์ด้วยสิ่งที่หาประโยชน์มิได้ 
    ๔. เมื่อเพื่อนมีกิจ อ้างแต่เหตุขัดข้อง
๓. คนหัวประจบ (อนุปิยาภาณี) มีลักษณะ ๔
    ๑. จะทำชั่วก็เออออ
   ๒. จะทำดีก็เออออ
   ๓. ต่อหน้าสรรเสริญ
   ๔. ลับหลังนินทา
๔. คนชวนฉิบหาย (อปายสหาย) มีลักษณะ ๔
    ๑. คอยเป็นเพื่อนดื่มน้ำเมา
    ๒. คอยเป็นเพื่อนเที่ยวกลางคืน
    ๓. คอยเป็นเพื่อนเที่ยวดูการละเล่น
    ๔. คอยเป็นเพื่อนไปเล่นการพนัน
ข. มิตรแท้ พึงรู้จักมิตรแท้หรือมิตรด้วยใจจริง (สุหทมิตร) ๔ ประเภท ดังนี้
๑. มิตรอุปการะ (อุปการก์) มีลักษณะ ๔
    ๑. เพื่อนประมาท ช่วยรักษาเพื่อน
    ๒. เพื่อนประมาท ช่วยรักษาทรัพย์สินของเพื่อน
    ๓. เมื่อมีภัย เป็นที่พึ่งพำนักได้
    ๔. มีกิจจำเป็น ช่วยออกทรัพย์ให้เกินกว่าที่ออกปาก
๒. มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ (สมานสุขทุกข์) มีลักษณะ ๔
    ๑. บอกความลับแก่เพื่อน
    ๒. รักษาความลับของเพื่อน
    ๓. มีภัยอันตรายไม่ละทิ้ง
    ๔. แม้ชีวิตก็สละให้ได้
๓. มิตรแนะนำประโยชน์ (อัตถักขายี) มีลักษณะ ๔
    ๑. จะทำชั่วเสียหาย คอยห้ามปรามไว้
    ๒. แนะนำสนับสนุนให้ตั้งอยู่ในความดี
    ๓. ให้ได้ฟังได้รู้สิ่งที่ไม่เคยได้รู้ได้ฟัง
    ๔. บอกทางสุขทางสวรรค์ให้
๔. มิตรมีใจรัก (อนุกัมปี) มีลักษณะ ๔
    ๑. เพื่อนมีทุกข์ พลอยไม่สบายใจ (ทุกข์ ทุกข์ด้วย)
    ๒. เพื่อนมีสุข พลอยแช่มชื่นยินดี (สุข สุขด้วย)
    ๓. เขาติเตียนเพื่อน ช่วยยับยั้งแก้ให้
    ๔. เขาสรรเสริญเพื่อน ช่วยพูดเสริมสนับสนุน
(ที.ปา. ๑๑/๑๙๒/๒๐๑)

ค. มิตรต่อมิตร พึงสงเคราะห์อนุเคราะห์กัน ตามหลักปฏิบัติในฐานะที่เป็นเสมือน ทิศเบื้องซ้าย ดังนี้
พึงปฏิบัติต่อมิตรสหาย ดังนี้
๑. เผื่อแผ่แบ่งปัน
๒. พูดจามีน้ำใจ
๓. ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
๔. มีตนเสมอ ร่วมสุขร่วมทุกข์ด้วย
๕. ซื่อสัตย์จริงใจ
มิตรสหายอนุเคราะห์ตอบ ดังนี้
๑. เมื่อเพื่อนประมาท ช่วยรักษาป้องกัน
๒. เมื่อเพื่อนประมาท ช่วยรักษาทรัพย์ของเพื่อน
๓. ในคราวมีภัย เป็นที่พึ่งได้
๔. ไม่ละทิ้งในยามทุกข์ยาก
๕. นับถือตลอดถึงวงศ์ญาติของมิตร
(ที.ปา. ๑๑/๒๐๒/๒๐๔)
 
หน้าเว็บย่อย (3): gsc accounting 2 gsc accounting 4 gsc accounting 5